เพ็ชรชุมพวงคอมพิวเตอร์

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ mobile แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ mobile แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2558

เลขาฯ กสทช. เตือน หากพบโอเปอเรเตอร์ไม่จัดการลงทะเบียนซิม จะถูกยึดใบอนุญาต+ตัดสิทธิ์ประมูล 4G


เลขาฯ กสทช. เตือน หากพบโอเปอเรเตอร์ไม่จัดการลงทะเบียนซิม จะถูกยึดใบอนุญาต+ตัดสิทธิ์ประมูล 4G


takorn-nbtc2
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. เตือนผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกรายว่า “เรื่องการลงทะเบียนซิมระบบเติมเงินเป็นหน้าที่ของผู้ประกอบการโทรศัพท์ เคลื่อนที่ทุกรายที่จะต้องดำเนินการซึ่งนอกจากจะเป็นไปตามประกาศของสำนักงาน กสทช. ที่บังคับแล้ว ยังมีมติของคณะรัฐมนตรีรองรับโดยให้ทุกหน่วยงานให้ความร่วมมือกับสำนักงาน กสทช. ในการดำเนินการในเรื่องนี้ให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2558 นี้ และให้รายงานให้คณะรัฐมนตรีรับทราบปัญหา อุปสรรคเป็นระยะๆ ด้วย”  
หากผู้ประกอบการยังฝ่าฝืน ไม่ให้ความร่วมมือ หรือให้ความร่วมมือแต่เพียงบางส่วนนั้น  กสทช. จะดำเนินการลงโทษขั้นเด็ดขาด เช่นการปรับเพิ่มอัตราค่าปรับต่อวันขั้นสูงสุด จนถึงขั้นสั่งพักใบอนุญาต ตลอดจนถึงขั้นขาดคุณสมบัติในการที่จะเข้าประมูล 4G ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตนี้ด้วย
และสำนักงาน กสทช. จะนำเรียนถึงปัญหาอุปสรรคต่างๆ ทุกระยะ ทั้งในส่วนของผู้ประกอบการที่ไม่ให้ความร่วมมือให้ทั้ง กสทช. คณะรัฐมนตรี และคณะรักษาความสงบแห่งชาติได้รับทราบ เนื่องจากเป็นการขัดกับทั้งประกาศของสำนักงาน กสทช. ในการกำกับดูแล และขัดต่อผลประโยชน์ของสาธารณะและประเทศชาติ
สำนักงาน กสทช. ขอฝากย้ำเตือนประชาชนว่า การลงทะเบียนซิมเติมเงินทุกกรณี ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย หากพบการเรียกค่าเก็บค่าบริการสามารถร้องเรียนไปสำนักงาน กสทช. หมายเลขโทรศัพท์ 1200 ฟรี เพื่อ กสทช. จะดำเนินคดีกับกลุ่มผู้เรียกเก็บค่าบริการต่อไป

วันพุธที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2558

กสทช.เผยยอดลงทะเบียนซิมเติมเงินแล้ว 6 ล้านราย เตือนรีบลงทะเบียนก่อนซิมดับจริง ส.ค.นี้

กสทช.เผยยอดลงทะเบียนซิมเติมเงินแล้ว 6 ล้านราย เตือนรีบลงทะเบียนก่อนซิมดับจริง ส.ค.นี้


30_sim_cardนาย ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช.เผยยอดลงทะเบียนซิมเติมเงิน ณ วันที่ 9 มี.ค. 2558 ทะลุ 6,017,902 เลขหมายแล้ว โดยแยกเป็นซิมในเครือข่าย AIS 3,473,362 เลขหมาย ซิมในเครือข่ายDTAC 1,540,547 เลขหมาย ซิมในเครือข่าย TRUE 870,496 เลขหมาย TOT 99,336 เลขหมาย และCAT 34,161 เลขหมาย เฉลี่ยมีคนลงทะเบียนซิมเติมเงินวันละ 170,000 เลขหมาย
สำหรับผู้ใช้ซิมเติมเงิน ที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนซิม รวมถึงผู้ที่ซิมเติมเงินใหม่ ให้ติดต่อขอลงทะเบียนซิม ณ ศูนย์บริการ หรือจุดจำหน่าย เพื่อยืนยันตัวตนและรักษาสิทธิในการใช้งาน หากพ้นวันที่ 31 กรกฎาคม แล้ว ตั้งแต่ 1 สิงหาคมนี้เป็นต้นไป เบอร์ที่ไม่ได้ลงทะเบียนซิม จะไม่สามารถโทรออก ส่งข้อความ และใช้บริการข้อมูลในการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ทได้
sim-register-nbtc-01ขั้น ตอนการลงทะเบียนซิมนั้น ง่ายๆเพียงเตรียมบัตรประจำตัวประชาชน สำหรับชาวต่างชาติใช้หนังสือเดินทางหรือบัตรต่างด้าวนำมาลงทะเบียนพร้อมกับ ซิมการ์ด ณ ศูนย์บริการทั้ง 5 เครือข่าย หรือร้านค้าที่มีสัญลักษณ์ “2 แชะ”ทั่วประเทศ ฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย
สำหรับซิมที่ใช้มานานสามารถตรวจสอบได้ง่ายๆ ว่าท่านลงทะเบียนแล้วหรือยัง เพียงแค่กด *151# แล้วกดโทรออก ระบบจะส่งข้อความตอบกลับมาแจ้งว่าท่านลงทะเบียนแล้วหรือยังไม่ได้ลงทะเบียน การลงทะเบียนซิมเติมเงินครั้งนี้มีความสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัยและเชื่อถือได้ เนื่องจากภาพและข้อมูลบัตรประชาชนของผู้ลงทะเบียนผ่านระบบ 2 แชะจะส่งตรงมายังสำนักงาน กสทช.และผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เจ้าของเครือข่ายโดยไม่มีการเก็บไว้ ในสมาร์ทโฟนที่ใช้ลงทะเบียน
ทั้งนี้หากพบร้านค้า หรือจุดบริการเรียกเก็บเงินค่าดำเนินการลงทะเบียนซิม สามารถแจ้งมายังศูนย์รับเรื่องร้องเรียนสำนักงาน กสทช. 1200 ฟรี เพื่อที่ กสทช.จะดำเนินการกับผู้ที่เรียกเก็บเงินเหล่านั้น

VISA จับมือสถาบันการเงินทั่วโลก เปิดบริการชำระเงินผ่านมือถือ


VISA จับมือสถาบันการเงินทั่วโลก เปิดบริการชำระเงินผ่านมือถือ


visa-wave-and-pay
VISA ได้ประกาศความร่วมมือกับสถาบันทางการเงินชั้นนำทั่วโลกสำหรับบริการชำระเงิน ผ่านโทรศัพท์มือถือ โดยกลุ่มธนาคาร BBVA และ Cuscal คือสถาบันในลำดับต้น ๆ ที่เปิดให้บริการแอพพลิเคชั่นการชำระเงินผ่านโทรศัพท์มือถือสำหรับระบบแอนดร อยด์ นอกจากนั้นธนาคาร Banco do Brazil (BB), PNC Bank, N.A., US Bank และ Wells Fargo มีแนวโน้มที่จะเปิดให้บริการเช่นนี้ในอนาคตอันใกล้ใน การใช้บริการชำระเงินผ่านโทรศัพท์มือถือนี้ผู้บริโภคเพียงแค่ดาวน์โหลดแอ พพลิเคชั่นของสถาบันทางการเงินเหล่านั้นจาก Google Play เมื่อดำเนินการตามขั้นตอนการลงทะเบียนแบบครั้งเดียวแล้วลูกค้าของบรรดา สถาบันทางการเงินที่เข้าร่วมจะสามารถชำระเงินในร้านค้าได้ด้วยบัญชีวีซ่าโดย นำโทรศัพท์ในระบบแอนดรอย์แตะเหนือเครื่องอ่าน ความสามารถเหล่านี้คือส่วนสำคัญของแพลตฟอร์มในระบบ Visa Digital Solution ที่จะอำนวยความสะดวกให้แก่การชำระเงินและมอบความปลอดภัยสำหรับเครื่องมือและ อุปกรณ์สวมใส่ที่เชื่อมต่อผ่านระบบอินเตอร์เน็ต
แซม เชลกเกอร์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโสด้านดิจิตอลโซลูชั่นของวีซ่า กล่าวว่า “ปี 2015 คือปีแห่งระบบการชำระเงินผ่านโทรศัพท์มือถือที่รวดเร็วและปลอดภัยโดยมีพื้น ฐานจากการขยายตัวของเทคโนโลยีวีซ่าทั่วโลก เรามีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่แพลตฟอร์ม Digital Solutions จากวีซ่าได้เข้าถึงตลาดได้ในวงกว้างผ่านการใช้งานบนเครื่องมือที่หลากหลาย และสร้างปัจจัยต่างๆ ได้แก่ ประสบการณ์การค้าขายที่ปลอดภัย รวดเร็วและน่าพึงพอใจ
แพลตฟอร์ม Visa Digital Solutions
ภายในงาน Mobile World Congress 2014 ในปีที่ผ่านมา VISA ได้เปิดตัวเทคโนโลยีชิ้นใหม่ที่ทำให้บรรดาสถาบันทางการเงิน พ่อค้าและนักพัฒนาสามารถนำแอพพลิเคชั่นการชำระเงินผ่านโทรศัพท์มือถือมาใช้ งานบนอุปกรณ์แอน-ดรอยด์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อวีซ่าสามารถมอบการให้บริการของโฮสต์การ์ดอีมูเลชั่น (HCE) ซึ่งเป็นคุณสมบัติใหม่สำหรับอุปกรณ์สื่อสารในระบบแอนดรอยด์ในการใช้ เทคโนโลยี NFC
การเปิดตัวในวันนี้เป็นบทพิสูจน์ถึงความสามารถในการปรับเปลี่ยนของแพ ลตฟอร์ม Digital Solutions จากวีซ่า ซึ่งรวมไปถึงกลุ่มของเครื่องมือที่ใช้ในการพัฒนาซอฟต์แวร์ (SDK) และ Visa Token Service ซึ่งเป็นนวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่จะมาแทนที่ข้อมูลการชำระเงินบนบัตรพลาสติก ที่ประกอบไปด้วยเลขบัญชีจำนวน 16 หลัก วันหมดอายุและรหัสความปลอดภัยด้วยชุดของตัวเลขที่สามารถอนุมัติการชำระเงิน โดยไม่ต้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับบัญชี Visa Token Service เป็นเทคโนโลยีที่ปูรากฐานสำหรับแอปเปิล เพย์, โฮสต์การ์ดอีมูเลชั่น (HCE), และแอพพลิเคชั่นสำหรับการชำระเงินแบบดิจิตัลอื่นๆ รวมถึงการใช้เป็นตัวอย่างในการแนะนำนวัตกรรมนี้เข้าสู่ตลาดเพื่อให้เป็นที่ รู้จักมากขึ้น
จอร์แดน แมคคีย์ นักวิเคราะห์อาวุโสจาก 451 Research กล่าวว่า “โฮสต์การ์ดอีมูเลชั่น (HCE) ได้สร้างนวัตกรรมแก่ระบบนิเวศการชำระเงินของแอนดรอยด์รวมถึงเพิ่มการเข้าถึง เทคโนโลยี NFC และเป็นการปูทางให้เกิดความรวดเร็วที่เพิ่มขึ้นของระบบการค้าผ่านโทรศัพท์ มือถือ เทคโนโลยี NFC จะมีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้เกิดการแพร่หลายของระบบชำระเงินผ่านโทรศัพท์ มือถือในร้านค้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้โดยโครงการที่ 451 Research จะมีโอกาสได้รับผิดชอบนั่นจะมีมูลค่าสูงถึง 570.1 พันล้านดอลล่าห์สหรัฐภายในปี 2018”
แอนเดรีย เลิฟนีย์ ผู้จัดการทั่วไปด้านผลิตภัณฑ์และบริการของ Cuscal กล่าวว่า “เราได้ประสบการณ์ที่ดีในการร่วมงานกับวีซ่าเพื่อเปิดตัวโซลูชั่นด้านการ ชำระเงินที่บนระบบ HCE ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ในประเทศออสเตรเลีย มีผู้ใช้เทคโนโลยีการชำระเงินแบบไร้สัมผัสสูงสุดในโลกและเราคาดหวังว่าการ ใช้งานของระบบ HCE จะมียอดที่สูงขึ้นในปีนี้ เรามอบทางเลือกใหม่ที่คุ้มแก่การลงทุนและเป็นนวัตกรรมการชำระเงินในระบบ ดิจิตอลแบบใหม่ล่าสุดให้แก่ลูกค้า และเรายังคงมุ่งมั่นที่จะเสาะหานวัตกรรมการชำระเงินใหม่ๆมามอบให้แก่ลูกค้า เพื่อให้การจับจ่ายใช้สอยในชีวิตประจำวันง่ายและสะดวกรวดเร็วขึ้น”

วันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

กสทช. ชี้ ค่าโทรมือถือไทย ถูกเป็นอันดับ 2 ในอาเซียน



takorn-nbtc
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์  เลขาธิการ กสทช. เผย ว่า สำนักงาน กสทช.ได้สำรวจอัตราค่าบริการของผู้ให้บริการรายใหญ่ที่มีจำนวนผู้ใช้บริการ มากเป็นอันดับ 1 ถึง 3 ของแต่ละประเทศในอาเซียน พบว่า ประเทศไทยมีอัตราค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบเติมเงิน หรือพรีเพด (pre-paid) ราคาถูกเป็นอันดับสองรองจากประเทศอินโดนีเซีย  โดย มีอัตราเฉลี่ยของค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในระบบ 3G เฉลี่ยไม่เกิน 84 สตางค์ต่อนาที ขณะที่ ฟิลิปปินส์คิดค่าโทร นาทีละ 5.10 บาท ซึ่งแพงที่สุดในอาเซียน
ทั้งนี้ กลุ่มอาเซียนซึ่งมีทั้งหมด 10 ประเทศ มีการคิดค่าโทร ค่าใช้อินเทอร์เน็ต ค่าใช้ SMS ในอัตราที่แตกต่างกัน

10 อันดับอัตราค่าโทรของแต่ละประเทศราคาถูกในอาเซียน  (บาทต่อนาที)

  1. อินโดเซีย 0.32 (ถูกที่สุด) 
  2. ไทย 0.84
  3. มาเลเซีย 1.05
  4. ลาว 1.28
  5. เมียนมาร์ 1 .6
  6. เวียดนาม 1.92
  7. กัมพูชา 2.17
  8. สิงคโปร์ 2.90
  9. บรูไน 4.63
  10. ฟิลิปปินส์ 5.10 

10 อันดับ อัตราค่าบริการ SMS ราคาแพง ในอาเซียน (หน่วย บาทต่อข้อความ )

  1. บรูไน 2.43 บาท (แพงที่สุด) 
  2. สิงคโปร์ 2.4 บาท
  3. อินโดนีเซีย 2.14 บาท
  4. ไทย 1.33 บาท
  5. มาเลเซีย กับ กัมพูชา 1.05 บาท
  6. ฟิลิปปินส์ 1 บาท
  7. เมียนมาร์ 0.80 บาท
  8. สปป.ลาว 0.64 บาท
  9. เวียดนาม 0.48 บาท

9 อันดับ ค่าอินเทอร์เน็ตบนมือถือราคาถูกในอาเซียน (หน่วย บาทต่อเมกะไบต์)

  1. สิงคโปร์ 0.11 บาท (ถูกที่สุด)
  2. สปป.ลาว 0.17 บาท
  3. มาเลเซีย 0.21 บาท
  4. ไทย 0.28 บาท
  5. กัมพูชา 0.60 บาท
  6. ฟิลิปปินส์ 0.78 บาท
  7. บรูไน 1.25 บาท
  8. เวียดนาม 2.30 บาท
  9. อินโดนีเซีย 2.43 บาท
ส่วนอัตราค่าบริการอินเทอร์เน็ตบนมือถือของเมียนมาร์ ยังไม่ได้คิดในรูปแบบปริมาณการใช้งาน แต่คิดเป็นรายนาที อยู่ที่ 0.13 บาทต่อนาที
ทั้งนี้  กสทช. ได้ติดตามตรวจสอบอัตราค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รวมถึงมีการเปรียบเทียบ กับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนเพื่อรักษาศักยภาพของการแข่งขันของประเทศไทย และติดตามตรวจสอบคุณภาพการให้บริการ และประสิทธิภาพของโครงข่ายให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เพื่อให้ประชาชนพึงพอ ใจในคุณภาพบริการ มีคุณภาพ และในราคาที่เหมาะสม สร้างการแข่งขันในการให้บริการอย่างเสรีและเป็นธรรม

วันพฤหัสบดีที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

กสทช. ขอให้ค่ายมือถือเลิกใช้คำว่า Unlimited ในโปรโมชั่นเน็ตบนมือถือ


nbtc-baned-word-unlimited-for-promotion-3g-4g-mobile-net-02
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. เปิดเผยว่า เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมาของวันนี้ (24 ก.พ. 2558) สำนักงาน กสทช. เชิญผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้ง 5 ราย ได้แก่ เอไอเอส ดีแทค ทรู ทีโอที และ แคท เทเลคอม มาประชุมเพื่อสอบถามและยืนยันเรื่องการใช้บริการข้อมูล หรือดาต้า ผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่
nbtc-baned-word-unlimited-for-promotion-3g-4g-mobile-net-01

 ซึ่งผลการประชุมได้ข้อสรุปคือ 

  • ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ มือถือทั้ง 5 ค่าย ยืนยันว่าในการคิดค่าบริการข้อมูล หรือดาต้า ผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ไม่มีการปัดเศษ คือผู้ใช้บริการซื้อแพ็คเกจไปเท่าไหร่ก็จะสามารถใช้งานได้ตามนั้น เช่น ซื้อแพ็คเกจ    3 GB ใช้งานไป 1 MB ก็คิดตามนั้น แล้วคิดไปเรื่อยๆ เมื่อใช้งาน จนกว่าจะหมด 3 GB ซึ่งอัตราค่าบริการในระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G 2.1 GHz ในการใช้งานดาต้าต้องเป็นไปตามที่สำนักงาน กสทช. คือเฉลี่ย จะต้องไม่เกิน 28 สตางค์ต่อ 1 MB  โดยทั้งนี้ หน่วยเล็กที่สุดของการคิดในด้านของเวลาคือคิดเป็นวินาที ในด้านของความจุเล็กที่สุดที่คิดคือ 1 KB
  • กสทช. ขอให้ผู้ให้บริการมือถือทั้ง 5 ราย เลิกใช้คำว่า Unlimited เนื่องจากทำให้ประชาชนผู้ใช้งานเกิดความเข้าใจผิดว่าแพ็คเกจนั้นสามารถใช้ งานได้อย่างต่อเนื่องด้วยความเร็วเท่าเดิม ซึ่งความจริงแล้วแพ็คเกจอินเตอร์เน็ตดังกล่าวยังมี กำหนด Fair Usage Policy ( FUP ) ซึ่งส่งผลให้การดาวน์โหลด หรืออัพโหลดผ่านมือถือ ลดลงหลังจากที่ใช้เกินกำหนด  ทั้งนี้ กสทช. สั่งให้แต่ละค่ายใช้คำมาเขียนอธิบายแพ็คเกจให้ชัดเจน เพื่อให้ประชาชนเข้าใจไม่สับสน เช่น ผู้ใช้บริการซื้อแพ็คเกจอินเทอร์เน็ต 500 MB อาจใช้คำว่า หลัง จากที่ลูกค้าใช้ความเร็วสูงสุด 3G ครบ 500 MB แล้วหลังจากนั้นยังสามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่องด้วยความเร็ว 256 Kbps หรือ 128 Kbps ตามที่กำหนด
สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม เกี่ยวกับ  Fair Usage Policy ( FUP ) สามารถอ่านได้ที่บทความ fair usage polity ( FUP ) มันคืออะไร มีไว้ทำไม?