เพ็ชรชุมพวงคอมพิวเตอร์

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทิปคอมพิวเตอร์ไอที แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทิปคอมพิวเตอร์ไอที แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ตัวช่วยอัตโนมัิติบน windows


Microsoft Fix it troubleshooters จะช่วยให้คุณวินิจฉัยและแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับปัญหาทั่วไปของคอมพิวเตอร์โดยอัตโนมัติ

ใน windows จะมีตัวช่วยแก้ไขปัญหอัตโนมัติอยู่หากเราไม่ติดตั้งพวกแผ่นที่แต่งมาแล้ว ซึ่งส่วนมากจะตัดออกไปซึ่งมันเป็นสิ่งที่ดีมากสำหรับมือใหม่หรือท่านที่ไม่ ใช่่เซียนคอมพิวเตอร์ ซึ่งมันจะค้นหาปัญหาให้เราอัตโนมัติ ต้องบอก่อนว่าต้องไม่เป็นอะไรมากคือเป็นปัญหาที่มันสามารถเข้าใจได้ ตามรายการต่อไปนี้ คือให้ดาวน์โหลดมาติดตั้งบนเครื่องของเราซึ่ีงจะมีรายการแก้ไขอยู่หลาย รายการเหมือนกัน


List of Most Common Microsoft Fix it Troubleshooters

Microsoft Fix it troubleshooters จะช่วยให้คุณวินิจฉัยและแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับปัญหาทั่วไปของคอมพิวเตอร์โดยอัตโนมัติ
เช่นเสียง , Internet, และปัญหาในการพิมพ์

เพียงดาวน์โหลดและเรียกใช้ Mats_run.exe

เมื่อคุณเรียกใช้ไฟล์ Mats_run.exe ตัวช่วยสร้างจะแนะนำคุณในการการแก้ไขปัญหา เมื่อทำการติดตั้งส่วนประกอบที่จำเป็นจากนั้นมันจะทำการวิเคราะห์ คอมพิวเตอร์ของคุณเพื่อหาปัญหาที่สามารถแก้ไขได้โดยอัตโนมัติ

มาทดสอบแิิอนตี้ไวรัสของเรากันว่ามันยังใช้ได้เป็นปกติหรือไม่



แต่ละเครื่องก็่จะมีโปรแกรม Anti-Virus ของตน แต่เราจะแน่ใจหรือไม่ว่า Anti-Virus ที่ใช้อยู่ทำงานอย่างเป็นปกติ หรือยังใช้ได้อยู่หรือไม่

เป็น ปกติอยู่ที่ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่ จะมีโปรแกรม Anti-Virus ติดตั้งประจำเครื่องอยู่ แต่ละเครื่องก็่จะมีโปรแกรม Anti-Virus ของตน แต่เราจะแน่ใจหรือไม่ว่า Anti-Virus ที่ใช้อยู่ทำงานอย่างเป็นปกติ หรือยังใช้ได้อยู่หรือไม่
วันนี้จะมาแนะนำ วิธีการทดสอบ Anti-Virus ที่ท่านทั้งหลายใช้อยู่ว่าจะตรวจจับไวรัสได้ดีหรือไม่ วิธีการง่ายๆ ดังนี้
วิธีการตรวจสอบ Anti virus ในเครื่องของคุณว่าดีแค่ไหน ?
1. เปิดโปรแกรม notpad ขี้นมาเพื่อพิมพ์โค๊ดตรวจสอบลงไป
2. Copy โค้ดด้านล่างไปใส่ใน Notepad ดังแสดงในรูป

X5O!P%@AP[4\PZX54(P^)7CC)7}$EICAR-STANDARD-ANTIVIRUS-TEST-FILE!$H+H*


3. Save เป็นชื่อ virus.com
4. แล้วลองรันดู (เปิดไฟล์ที่เราได้บันทึกไว้ขึ้นมา)
ถ้าเกิดว่า anti virus ตัวนั้นดีจริงก็จะมีการส่งสัญญานเตือนเราหรือลบทิ้งไปโดยอัตโนมัติแต่ถ้าตัว ไหน ที่ขนาด scan แล้วก็ยังไม่เจออันนี้ก็ต้องพิจารณากันหน่อย ว่าควรจะหาแอนตี้ไวรัสตัวอื่น ๆ มาใช้แทนหรือทำหารซ่อมแซมให้มันกลับมาใช้ได้ดังเดิม
ไฟล์ที่เราสร้างนั้นก็คือ virus แต่ว่าไวรัสตัวนี้เป็น virus test ไม่มีอันตรายต่อระบบ computer ใดๆทั้งสิ้นสบายใจในจุดนี้ได้
หวังว่าคงมีประโยชน์นะครับ แต่อย่าเอาไปแกล้งเพื่อนละกัน

เทคนิคง่าย ๆ แต่ไม่ธรรมดาในการซ่อนไอคอนบน Windows


บางทีรูปบนไอคอนบนเดสก์ท๊อปอาจดูแกะกะเกินไป หรืออย่างทำให้ดูเก๋ ๆ ด้วยเทคนิคง่าย ๆ ในการซ่อนไอคอนบน Windows

บางทีรูปบนไอคอนบนเดสก์ท๊อปอาจดูแกะกะเกินไป หรืออย่างทำให้ดูเก๋ ๆ ด้วยเทคนิคง่าย ๆ ในการซ่อนไอคอนบน Windows XP
มาดูขั้นตอนการทำกันดีกว่า ทำได้ทั้ง XP และ Windows 7 นะครับ

1 คลิกขวาที่โฟลเดอร์ที่ต้องการจะทำให้มองไม่เห็นรูปไอค่อนบนเดสก์ท๊อปของเรา แล้วไปที่เมนู propperties

2 จะมีหน้าต่าง propperties ขั้นมาให้ไปที่แท็บ Customize เพื่อจะทำการเปลี่ยนไอค่อนให้เป็นแบบว่างเปล่า


3 จากนั้นให้เลือกที่ Chang Icon จะมีหน้าต่างเลือกไอค่อนขึ้นมา จากนั้นให้เราเลือกรูปเปล่า ๆ หรือรูปว่าง ๆดังแสดงในรูปด้านบน เพื่อไม่ให้แสดงไอค่อน ก็ซ่อนไอค่อนนั่นละครับ

4 กด OK ทั้งสองหน้าต่างเพื่อใ้ช้งานที่นี้รูปไอค่อนของเราก็จะหายไปแล้วละ แต่ว่ามันยังมีชื่อของโฟลเดอร์อยู่ ถ้าอย่างให้มันซ่อนไปก็ให้ทำดังนี้ซึ่งผมเคยเอามาฝากกันแล้วทีหนึ่งแต่บาง ท่านอาจขี้เกียจหาทำตามนี้เลยครับ
ให้ทำการ เปลี่ยนชื่อโฟลเดอร์ นั้น ๆ  ( รูปตัวอย่างเป็นรูปก่อนการซ่อนรูปไอค่อนนะครับเดียวจะงงหากเอารูปที่ซ่อนมา เป็นตัวอย่าง ) จากนั้นให้ลบชื่อเดิมออกแล้วทำการ กดปุ่ม Alt ค้างไว้ และพิมพ์ 160 จะเป็นรหัสอักขระช่องว่าง
เพียงเท่านี้ ชื่อของ Icon ก็จะไม่ปรากฎ เพื่อเพิ่มความสวยงาม  หากคุณต้องการเปลี่ยนชื่อ ไอคอนลำดับถัดไป ให้ทำตามขั้นตอนที่ 4 ซ้ำไปเรื่อย ๆ
เพราะไม่สามารถตั้งชื่อซ้ำกันได้ ยกตัวอย่างเช่น Icon ลำดับต่อไปให้เปลี่ยนชื่อ โดยกด Alt +160 จำนวน 2 ครั้ง

และวิธีแม้ว่าเราจะตั้งค่าให้แสดง Hidden file มันก็จะไม่แสดงนะครับ งงกันไปละคราวนี้

การแก้ไข FakeSysdef มัลแวร์ตัวแสบ


FakeSysdef เป็นโปรแกรมป้องกันสปายแวร์ปลอม ที่อันตรายมากเนื่องจากมันจะเปิดช่องโหว่ให้เหล่าแฮ็คเกอร์ และ แฮ็คกี้ ทั้งหลายได้เข้าสู่ระบบของเราได้ง่ายขึ้น มาเอามันออกกันดีกว่า

Win32 : FakeSysdef - D [Trj] Trojan เป็นโปรแกรมป้องกันสปายแวร์ปลอม ที่อันตรายมากเนื่องจากมันจะเปิดช่องโหว่ให้เหล่าแฮ็คเกอร์ และ แฮ็คกี้ (อันหลังนี่ตั้งเอาเอง) ทั้งหลายได้เข้าสู่ระบบของเราได้ง่ายขึ้น อยากรู้มากกว่านี้กลับไปอ่านบทความที่ลิงค์ต่อไปนี้ที่ผมเคยหามาฝากกันไว้ แล้ว FakeSysdef มัลแวร์ตัวแสบ


 

มีหลาย ๆ ท่านที่อยากได้วิธีแก้ผมเลยหามาให้ครับ แต่ว่าผมยังไม่ได้ลองทำเองนะครับ เนื่องจากว่าเครื่องผมยังไม่เคยโดนเหมือนกัน แต่ดูจากการแก้ไขแล้วก็ใช้ได้ แต่ถ้าไม่แน่ใจ ลงวินโดวส์ใหม่เลยครับ ง่ายที่สุด หะๆ


วิธีการดำเนินการอัตโนมัติ Win32 : FakeSysdef - D ลบ [Trj]


การกำจัด Win32 : FakeSysdef - D [Trj] ขอแนะนำให้ใช้การแก้ไขด้วยเครื่องมื่อช่วยในการกำจัดการกำจัดปายแวร์เครื่อง มือกำจัดแบบอัตโนมัติซึ่งโปรแกรมจะทำการสแกนเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณและจะ ลบวรัสสปายแวร์และโทรจันโดยอัตโนมัติ วิธีนี้เป็นวิธีที่ปลอดภัยและง่าย
ดาวน์โหลดไฟล์ได้จากลิงค์ด้านล่างซึ่งเป็นตัวจัดการสปายแวร์ในการลบ Win32 : FakeSysdef - D [Trj] โดยอัตโนมัติ ซึ่งคือโปรแกรม  Spyware Doctor

ดาวน์โหลดตัวจัดการ Win32 : FakeSysdef - D [Trj]

คำเตือน!" หาก Spyware Doctor ดาวน์โหลดถูกบล็อกโดยไวรัสให้เปลี่ยนชื่อไฟล์เป็น 12345.exe หากยังไม่ได้ให้รีสตารตเครื่องของเราแล้วเข้า seft mode เพื่อดาวน์โหลดไฟล์

ถ้ายังไม่ได้อีกให้ทำการลบด้วยตัวเองตามขั้นตอนด้านล่างต่อไปนี้

วิธีการลบ Win32 : FakeSysdef - D [Trj] ด้วยตนเอง


* ปุ่มกด CTRL + ALT + DEL ร่วมกัน จะเข้าสู่หน้าจอ windows task manager จากนั้นให้ทำการหยุดโพรเซสการทำงานของ Win32 : FakeSysdef - D [Trj] ใน Windows Task Manager ทั้งหมด สักเกตุที่ชื่อครับ

* ถอนการติดตั้ง Win32 : FakeSysdef - D โปรแกรม [Trj] จากหน้าต่าง Add / Remove Programs (ถ้าไม่หยุดโพรเซสสจากขั้นตอนแรกจะถอดมันไม่ออก หรือจะเข้าไปถอดมันออกในเซฟโหมดก็ได้ครับ)

* เปิดหน้าต่างรีจิสทรี โดยใช้คำสั่ง Regedit.exe ที่ start แล้วพิมพ์ในช่อง search ค้นหาและลบ Win32 : FakeSysdef - D [Trj] ในไฟล์รีจิสทรี



* ดำเนินการค้นหาของ Windows โดยพิมพ์ว่า Win32 : FakeSysdef - D [Trj] และลบไฟล์ทั้งหมดที่ตรวจพบ

วิธีนี้อาจจะไม่ได้แน่นอนเพราะเราอาจหาไฟล์และลบมันไม่หมด เวลาที่เปิดเครื่องใหม่อีกครั้ง มันอาจจะแพร่กระจายอีกทีก็เป็นได้ แนะนำให้ใช้เครื่องมือลบอัตโนมัติคลิกลิงค์ด้านล่างเพื่อดาวน์โหลด Remover ThinkPoint ได้เลยครับ



ดาวน์โหลดตัวจัดการในการลบ Win32 : FakeSysdef - D [Trj]

วิธีที่กล่าวมานั้นผมยังไม่ได้ลองทำเองนะครับ เนื่องจากว่าเครื่องผมยังไม่เคยโดนเหมือนกัน แต่ดูจากการแก้ไขแล้วก็ใช้ได้ แต่ถ้าไม่แน่ใจ ลงวินโดวส์ใหม่เลยครับ ง่ายที่สุด หะๆ

การเพิ่มประสิทธิภาพให้กับแรม บน XP


เคล็ดไม่ลับที่จะช่วยทำให้ระบบโหลดเคอร์เนลใน Windows XP เอาไปเก็บไว้ในแรมเลย และวิธีการนี้จะช่วยทำให้มีประสิทธิภาพของแรมเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก

วันนี้หาเคล็ดไม่ลับและไม่ยากจนเกินไปสำหรับ ท่านที่ยังใช้ XP กันอยู่ซึ่งยังคงมีเยอะกว่า 7 ถึงแม่ตอนนี้ผมเองก็อยากหันไปใช้ 7 แต่ด้วยสถานการณ์สุดท้ายก็ใช้ไม่ได้อยู่ดี มาดูกันต่อซึ่งวิธีนี้ จะเป็นการแก้ไขค่าในรีจิสตรี ที่จะช่วยทำให้ระบบโหลดเคอร์เนลใน Windows XP เอาไปเก็บไว้ในแรมเลย และวิธีการนี้จะช่วยทำให้มีประสิทธิภาพของแรมเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก
แต่เครื่องที่สามารถใช้งานได้จะต้องมีแรมไม่ต่ำกว่า 256MB ขึ้นไปซึ่งน่าจะเกินกันอยู่แล้วเพราะเดียวนี้อย่างน้อยแต่ละเครื่องก็ต้องมี แรมเกิน 1GB (1024MB) ขึ้นไปอยู่แล้วนอกจากเครื่องที่ท่านใช้จะเก่าอย่างรุนแรง ซึ่งหากยังใช้เครื่องที่ช้าขนาดนั้นได้อยู่ก็คงไม่จำเป็นต้องปรับแต่งอะไร แล้วละ คงไม่มีอะไรช่วยได้แล้วนอกจากซื้อเครื่องใหม่ซะเลย
ขั้นตอนการทำดังต่อไปนี้เลยครับ

1. เปิดโปรแกรม Registry Editor ขึ้นมา โดยคลิกที่ Start > Run >



ในหน้าต่าง RUN พิมพ์ Regedit กด OK



2. เข้าไปที่
> HKEY_LOCAL_MACHINE
> SYSTEM
> CurrentControlSet
> Control
> SessionManager
> Memory Management 

3. ให้หาคีย์ดังต่อไปนี้ ที่หน้าต่างทางขวงมือ

"DisablePagingExecutive"=dword:00000000
"LargeSystemCache"=dword:00000000




4. เมื่อพบแล้วให้แก้ไข หากไม่มี ให้สร้างคีย์ใหม่ โดยตั้งค่าดังนี้

"DisablePagingExecutive"=dword:00000001
"LargeSystemCache"=dword:00000001


ถ้ามีอยู่แล้วจะมีดังสองหัวข้อดังแสดงในรูปด้านล่าง จากนั้นให้เปลี่ยนค่าโดยคลิกขวาที่หัวข้อทีละอันแล้วเลือที่ modify



เปลี่ยนเลข 0 ตัวสุดท้ายให้เป็นเลข 1



5. รีสตาร์ทเครื่องใหม่ เพื่อให้ค่าที่เปลี่ยนแปลงเริ่มทำงาน

6. หากต้องการให้ค่าต่างๆที่ปรับแต่งไว้กลับเป็นเหมือนเดิม ให้เปลี่ยนจาก 1 ไปเป็น 0

แตก และ Copy File ที่มีขนาดใหญ่กว่า 4 GB ไม่ได้ทำยังไงดี


หลายๆท่านคงจะเจอปัญหานี้คือสามารถแตก File ที่มีขนาดใหญ่กว่า 4 GB ได้เพราะอะไรแล้วจะทำยังไงมาดูกัน

จากหัวข้อนี้เราจะเผยถึงปัญหาที่หลาย ๆ ท่านอาจทราบแล้วแต่สำหรับมือใหม่หรือมือปานกลางบางท่าน อาจจะยังไม่ทราบ ในกรณีที่เราทำการ copy ไฟล์ที่มีขนาดใหญ่เกินกว่า 4GB ทำไม่มันถึงก๊อบไม่ได้สักที หรือ แตกไฟล์ zip ที่มีขนาดใหญ่ก็ทำไม่ได้



ปัญหานี้ถ้าไฟล์ต้นฉบับไม่พังก็จะเกิดจากการที่ระบบไฟล์บน Hardisk ที่เราลง windows XP ในขั้นตอนการติดตั้งเราอาจทำการ format เป็นแบบ Fat32 ซึ่งไม่รองรับไฟล์ขนาดใหญ่เกิน 4GB ต่อไฟล์เนื่องจากระบบไฟล์ Fat32 เป็นระบบไฟล์แบบเก่าในปัจจุบันเราจะใช้ระบบไฟล์แบบ NTFS ( บนระบบปฏิบัติการของ Windows ) ซึ่งระบบไฟล์ NTFS มีข้อดีกว่า FAT32 อย่างมากทั้งการรองรับไฟล์ขนาดใหญ่และการจัดเก็บข้อมูลทำให้เราสามารถแตก File หรือคัดลอกไฟล์ที่มีขนาดใหญ่กว่า 4 GB ได้


Image


รูปด้านบนจะเป็นการแจ้งเตือนกรณีที่ระบบไฟล์ไม่รองรับไฟล์ขนาดใหญ่ซึ่งระบบไฟล์ Fat32 ไม่รองรับไฟล์ขนาดใหญ่
สังเกตุบรรทัดที่สองที่จะบอกว่าต้องใช้ระบบไฟล์ NTFS เท่านั้นถึงจะรองรับไฟล์ขนาด 4GB ขึ้นไปได้

การตรวจสอบระบบไฟล์ในแต่ละไดร์ของเราให้เราคลิกเมาส์ขวาในไดร์ที่ต้องการ แล้วเลือที่ property จะแสดงระบบไฟล์ดังแสดงในรูปด้านล่างรูปขวาจะเป็นระบบไฟล์ NTFS ซ้ายเป็น FAT32



การแก้ไขผมเคยนำมาลงไว้นานแล้วครับแต่บทความนั้นเป็นบทความการแปลงเฉยๆ  ไม่ได้กล่าวถึงปัญหา เลยเอาเรื่่องเก่ามาเล่่าใหม่อีกรอบเลยละกัน การแก้ไขวิธีนี้ไม่จำเป็นต้องลงระบบปฏิบัติการใหม่เราจะทำการแปลงระบบไฟล์ เพียงเท่านั้น

ในการเปลี่ยนระบบไฟล์โดยไม่ต้องลงระบบปฏิบัติการ Windows ใหม่ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้


1. คลิ๊ก Start > Run



2. Copy คำสั่งนี้ไปใส่ในช่อง Open :
ถ้าต้องการเปลี่ยน Drive C: ให้เป็นระบบไฟล์ NTFS ให้พิมพ์ในกล่องรันว่า
convert C: /fs:ntfs

ถ้าต้องการเปลี่ยน Drive D:
convert D: /fs:ntfs 

Image


3. จากนั้นจะให้เราใส่ Volume Label ของไดร์ฟที่เราจะเปลียน แล้วกด Enter ซึ่งตัว Volume Lable นี้ ก้คือ ชื่อ ของ Drive นั่น เอง


4. จากนั้นจะขึ้นมาถามไห้เราพิม Y แล้วกด Enter เพื่อเป็นการยืนยันการเปลี่ยนแปลง

เมื่อเสร็จสิ้นครบขั้นตอนแล้วให้ทำการรีสตาร์ทเครื่องเราหนึ่งครั้งเพื่อทำการเปลี่ยนแปลงระบบไฟล์ของเครื่องเราครับ

เราก็จะได้ระบบไฟล์ ที่เปลี่ยนแปลงแล้วครับ

Image

Image

อันตรายจากการใช้ Copy+Paste


การใช้คีย์ลัดบนแป้นคีย์บอร์ดของเราเป็นส่วนหนึ่งที่ ช่วยอำนวยความสะดวกได้มากแต่ในบางกรณีความสะดวกสบายเหล่านี้กลับต้องแลกมา ด้วยความไม่ปลอดภัย

บางท่านที่ใช้งานอินเตอร์เน็ตผ่านเว็บบราว เซอร์ของ IE อาจไม่รุ้ถึงอันตรายจากการใช้ Copy+Paste ดังนั้นเรามาระวังไว้ไม่เสียหลายนะครับ


ท่านทั้งหลายส่วนมากคงเคยชิดกับการใช้คีย์ลัดบนแป้นคีย์บอร์ดของเราเป็นส่วน หนึ่งที่ ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับการทำงานต่างๆของเราได้มาก แต่ในบางกรณี ความสะดวกสบายเหล่านี้กลับต้องแลกมาด้วยความไม่ปลอดภัยมาด้วยนะครับ


ขอแนะนำว่า อย่าใช้การ Copy & Paste กับข้อมูลที่มีความสำคัญ เช่น หมายเลขบัตรเครดิต รหัสผ่านต่าง ๆ etc. เพราะการใช้ Ctrl+C หรือ Copy จะมีการเก็บค่าไว้ใน Clipboard ของ Windows ซึ่งสามารถถูกอ่านผ่าน Web site ได้ด้วย Javascript + ASP ซึ่งโค๊ดพวกนี้มีแจกกันให้เกลือนพูดง่าย ๆ คือ ไม่ต้องมีความรู้ด้านโปรแกรม ก็เอาข้อมูลเราไปได้แล้วแค่รู้ขั้นตอนการใช้งานก็พอ

ซึ่งนี่ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่โดนแฮ็คข้อมูลต่าง กัน ไปนะครับ

ลอง copy text อะไรก็ได้บนเครื่องแล้วเปิด URL ต่อไปนี้ดู http://www.friendlycanadian.com/applications/clipboard.htm

หากเว็บนี้แสดงข้อความบนคลิปบอร์ดที่เราก๊อปปี้ไว้ แสดงว่าคุณยังไม่ได้ป้องกันครับ มันเป็นสคริปทดสอบนะครับ


มาดุวิธีการป้องกันครับ

1. เปิด Internet Explorer ขึ้นมา, ไปยังเมนู Tools -> Internet Options -> Security




2. Click ที่ปุ่ม Custom Level



3. เปิดไปที่ Tab ที่ชื่อว่า security แล้วตั้งค่าโดยกดปุ่ม Custom Level. แล้วหาคำว่า Allow Paste Operations via Script จากนั้นเลือกที่ Disable เพื่อป้องกันการถูกล้วงข้อมูลจากคลิปบอร์ดของท่าน




หมายเหตุ โปรแกรมเปิดเว็บนั้ FireFox และ Opera , Google Chrome ไม่พบปัญหาดังกล่าวแต่ก็อาจโดนได้นะครับนะครับ แต่ IE โดนแน่ ๆ ป้องกันไว้ดีมาแก้ทีหลังนะครับ เจอข้อมูลดี ๆ เลยเอามาฝากกันครับ

NTLDR is missing


การแก้ไขปัญหา NTLDR is missing สำหรับวินโดวส์ำไปแก้ไขกันครับ ซึ่งน่าจะมีประโยชน์อย่างมากเลยทีเดียว

NTLDR is missing
ช่วงนี้ไม่ค่อยได้ว่างก็เลยไม่ได้มีบทความดี ๆ มาฝากกันเท่าไหร่ พอดีเครื่องที่เอามาทำมีปัญหานี้เกิดขึ้นเลยนึกได้ว่ายังไม่เคยเอามาลงเลย จึงหามาลงให้ผู้ที่เจอลองนำไปแก้ไขกันครับ ซึ่งน่าจะมีประโยชน์อย่างมากเลยทีเดียว
เครื่องที่เป็นนั้นจะมีข้อความแบบด้านล่างเป็นข้อความแสดงข้อผิดพลาดตอนบูตเครื่องดังต่อไปนี้

NTLDR is Missing
Press any key to restart
Boot: Couldn't find NTLDR
Please insert another disk
NTLDR is missing 
Press Ctrl Alt Del to Restart
สาเหตุที่เกิดขึ้นอาจมีดังต่อ

  1. คอมพิวเตอร์บูตจากแหล่งอื่นที่ไม่ได้ลงวินโดวส์ไว้บางทีท่านอาจเสียบแฮนดี้ไดรว์คาไว้ก็ได้
  2. ดิสก์ไดรฟ์ฮาร์ดดิสก์คอมพิวเตอร์ไม่ถูกตั้งค่าให้บูตในไบออส
  3. ไฟล์ NTLDR เสียหายหรือ NTDETECT.COM โดนลบออกไป
  4. ไม่มีไฟล์ตั้งค่าเกี่ยวกับการบูตในแฟ้ม Boot.ini
  5. การปรับรุ่นของวินโดวส์ของคอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบไฟล์ FAT32
  6. masterบูตเสียหาย
  7. สายของฮาร์ดดิสก์ IDE / EIDE หลวมหรือเสียหาย
  8. การตั้งค่ารองรับ USB ในไบออส

การแก้ไขปัญหา

หากเราลืมเสียบอุปกร์พวก USB ต่าง ๆ ค้างไว้้เครื่องคอมพิวเตอร์อาจจะบูตจากแหล่งที่ไม่สามารถบูตได้เนื่องจากใน Bios อาจถูกตั้งค่าให้บูตจาก USB
หลายครั้งที่ข้อผิดพลาดนี้เกิดขึ้นเมื่อเครื่องคอมพิวเตอร์จะพยายามที่จะบูตจากฟล็อปปี้ดิสก์ที่ไม่ใช่บูตหรือCD - ROM
ก่อนอื่นตรวจสอบว่าไม่มีฟลอปปี้ดิสเก็ต หรือซีดีอยู่ในคอมพิวเตอร์เว้นแต่คุณกำลังพยายามที่จะบูตจากแผ่นดิสก์
ถ้าคุณกำลังพยายามที่จะติดตั้ง Windows XP หรือ Windows 2000 และได้รับข้อความแสดงข้อผิดพลาดนี้เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์จะตรวจสอบว่าไบออ สมีการตั้งค่าการบูตที่เหมาะสม ตัวอย่างเช่นถ้าคุณกำลังพยายามที่จะเรียกใช้ การติดตั้งจากซีดีรอมตรวจสอบให้แน่ใจ CD - ROM เป็นอุปกรณ์การบูตแรกไม่เช่นนั้นมันก็จะบูตจาก ฮาร์ดดิสก์ทำให้ไม่สามารถบูตจาก CD-ROm ได้

หมายเหตุ :ถ้าคุณไม่ได้รับข้อความดังกล่าวข้างต้นและ BIOS บูตตัวเลือกของคุณจะถูกตั้งค่าอย่างถูกต้องมันอาจเป็นไปได้ว่าไดรฟ์ซีดีรอม ของคุณอาจจะไม่สามารถบูตจาก CD - ROM อย่างถูกต้อง ตรวจสอบจัมเปอร์ที่มีการตั้งอย่างถูกต้องในไดรฟ์ CD - ROM
การตรวจสอบสาย CD - ROM มีการเชื่อมต่ออย่างถูกต้อง
ดิสก์ไดรฟ์ฮาร์ดดิสก์คอมพิวเตอร์ไม่ถูกต้องติดตั้งในไบออส
อาการต่อมาเกิดจากการเสียหายของไฟล์ NTLDR หรือไฟล์ NTDETECT.COM
สำหรับ Windows XP
  • ใส่แผ่นซีดีติดตั้ง Windows XP ที่สามารถบูตได้ลงในเครื่องคอมพิวเตอร์
  • เมื่อได้รับแจ้งให้กดปุ่มเพื่อบูตจากซีดี
  • เมื่ออยู่ในเมนูติดตั้ง Windows XP กดปุ่ม "R" เพื่อซ่อมแซม Windows


  • เข้าสู่การติดตั้ง Windows ของคุณโดยการกด "1" และกด Enter เพื่อเข้าสู่ Command Prompt

  • จากนั้นหากเราตั้งรหัสผ่านไว้ระบบจะถามรหัสผ่านของผู้ดูแลระบบ


  • คัดลอกไฟล์ไปยังไดเรกทอรีของฮาร์ดดิสก์หลัก ในตัวอย่างด้านล่างที่ คัดลอกแฟ้มเหล่านี้จากไดรฟ์ CD - ROM ซึ่งในกรณีนี้คือ "D:/" ส่วนนี้อาจแตกต่างกันบนคอมพิวเตอร์ของคุณคือจำเป็นต้องรู้ว่าไดร์ ซีดีของเราเป็นไดร์ใดหรือไม่ก็ต้องลองเลือนไม่เรื่อย ๆ โดยเริ่ม จาก D จากนั้นให้ทำการคัดลอกโดยใช้คำสัี่ง ต่าไปนี้ทีละไฟล์

    copy d:\i386\ntldr c:\
    copy d:\i386\ntdetect.com c:\

  • อีกกรณีหากเครื่องของท่านบูตวนไปมา ให้ใช้คำสั่งที่ C:\WINDOWS> ให้พิมพ์คำว่า chkdsk/R แล้วกด Enter รอจนกว่าจะ complete แล้วพิมพ์ Exit เพื่อบูตเครื่องใหม่ เครื่องก็จะเข้า Windows XP ได้ปกติ
     
  • เมื่อทั้งสองของไฟล์เหล่านี้ได้ถูกคัดลอกเสร็จเรียบร้อยแล้วเอาแผ่น ซีดีออกจากเครื่องคอมพิวเตอร์และรีบูตเครื่องก็จะเข้าสู่ระบบได้ปกติแล้ว ครับ
ไฟล์การตั้งค่า Boot.ini ชี้ที่อยู่ของไฟล์ไม่ตรง
แก้ไขแฟ้ม Boot.ini ในรากไดเรกทอรีของฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์และตรวจสอบว่ามันเป็นชี้ไปยังตำแหน่งที่ ถูกต้องของระบบปฏิบัติการของ Windows และที่พาร์ทิชันที่มีการกำหนดไว้อย่างถูกต้องแล้วหรือยัง

master บูตเสียหาย
เป็นไปได้ที่ดิสก์ไดรฟ์ของคอมพิวเตอร์ของคุณอาจมีการบูตเซกเตอร์ที่เสีย หายหรือมาสเตอร์บูตเรคคอร์ด สามารถซ่อมแซมผ่านทาง คอนโซลการกู้คืนของ Windows โดยการเรียกใช้ด้วยคำสั่ง fixboot และ FIXMBR คำสั่ง
หากคุณพบปัญหานี้ในระหว่างการติดตั้งระบบให้ทำการลบฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ใน คอมพิวเตอร์และข้อมูลทั้งหมดที่มีอยู่และจากนั้นติดตั้ง Microsoft Windows
สายหลวมหรือผิดพลาด IDE / EIDE ดิสก์สายฮาร์ดไดรฟ์
ปัญหานี้ได้รับรู้จักที่จะเกิดจากการหลวมของสาย IDE / EIDE ให้ตรวจสอบคอมพิวเตอร์ดิสก์สายฮาร์ดไดรฟ์มีการเชื่อมต่อโดยการเชื่อมต่อ อย่างแน่นหนาและเสียบสายเคเบิลใหม่อีกครั้ง
หากปัญหายังคงยังเป็นไปได้ว่าคอมพิวเตอร์ที่มีสายเคเบิ้ลความผิดพลาดให้ ลองเปลี่ยนสายเคเบิ้ลดิสก์ไดรฟ์ฮาร์ดดิสก์กับสายอื่นหรือสายเคเบิลใหม่
ทั้งหมดนี้น่าจะเป็นประโยชน์ในการแก้ปัญหานี้ได้อย่างมากนะครับ ขอบคุณสำหรับยการติดตามครับ

F1 ถึง F12 รู้ไหมว่ามันทำอะไรได้บ้าง


เอาข้อมูลซึ่งเป็นรายการบางส่วนของการทำงานของคีย์ฟังก์ ชั่นในคอมพิวเตอร์ที่ใช้ Microsoft Windows มาฝากกันครับอาจเป็นประโยชน์กับท่านที่หัดใช้คอมให้รวดเร็วขึ้น 

F1 ถึง F12 รู้ไหมว่ามันทำอะไรได้บ้าง?


คีย์ที่กล่าวมาส่วนมากเราจะเรียนกมันว่า "ฟังก์ชันคีย์"  F1 ถึง F12 อาจมีความหลากหลายของการใช้งานที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับระบบปฏิบัติการที่ติดตั้งและโปรแกรมซอฟต์แวร์ที่เปิดอยู่ซึ่งจะ เปลี่ยนวิธีการของแต่ละคีย์เหล่านี้



ยังรวมถึงการใช้งานฟังก์ชันคีย์รวมดับคีย์ ALT หรือ CTRL เช่นผู้ใช้ Microsoft Windows สามารถกด ALT + F4 เพื่อปิดโปรแกรมที่ใช้งานอยู่
ด้านล่างเป็นรายการบางส่วนของการทำงานของคีย์ฟังก์ชั่นในคอมพิวเตอร์ที่ ใช้ Microsoft Windows แต่จะไม่ใช่ทุกโปรแกรมที่สนับสนุนฟังก์ชันคีย์



F1
  • มักจะใช้เป็นคีย์ช่วยเกือบทุกโปรแกรมจะเปิดหน้าจอ
  • ป้อนการตั้งค่า CMOS
  • Windows Key + F1 จะเปิดตัวช่วยของ Microsoft Windows
  • เปิดบานหน้าต่างงาน

F2
  • ใน Windows จะใช้ในการเปลี่ยนชื่อไอคอนหรือไฟล์
  • Alt + Ctrl + F2 เปิดเอกสารใหม่ในโปรแกรม Microsoft Word .
  • Ctrl + F2 จะแสดงหน้าต่างตัวอย่างก่อนพิมพ์ใน Microsoft Word
  • เข้าสู่การป้อนการตั้งค่า CMOS หรือ Bios

F3
  • เปิดคุณลักษณะการค้นหาในหลายๆโปรแกรมรวมถึง Microsoft Windows
  • ใน MS - DOS หรือ Windows ของบรรทัดคำสั่ง F3 จะทำซ้ำคำสั่งสุดท้าย
  • Shift + F3 จะมีการเปลี่ยนแปลงข้อความใน Microsoft Word

F4
  • เปิดพบหน้าต่าง
  • ทำซ้ำการกระทำล่าสุด ( Word 2000 ขึ้นไป )
  • Alt + F4 จะปิดโปรแกรมที่ใช้งานอยู่ใน Microsoft Windows
  • Ctrl + F4 จะปิดหน้าต่างที่เปิดอยู่ในหน้าต่างที่ใช้งานในปัจจุบันใน Microsoft Windows

F5
  • ในทุกเบราว์เซอร์อินเทอร์เน็ต F5 จะรีเฟรชหรือโหลดหน้าเว็บหรือหน้าต่างเอกสาร
  • เปิดหน้าค้นหา แทนที่ และไปที่หน้าต่างใน Microsoft Word
  • เริ่มสไลด์โชว์ใน PowerPoint

F6
  • ย้ายเคอร์เซอร์ไปที่ Address bar ใน Internet Explorerและ Mozilla Firefox .
  • Ctrl + Shift + F6 เปิดไปยังเอกสารอื่น ๆ ใน Microsoft Word
F7
  • ปกติจะใช้เพื่อตรวจสอบการสะกดและไวยากรณ์ตรวจสอบเอกสารในโปรแกรม Microsoft เช่น Microsoft Word, Outlook, ฯลฯ
  • Shift + F7 ทำงานตรวจสอบบนคำที่ไฮไลต์
  • เปิดการใช้งานเลือนหน้าต่างด้วยปุ่มลูกศรบนคีย์บอร์ดใน Mozilla Firefox

F8
  • แป้นฟังก์ชันที่ใช้ในการเข้าสู่เมนูเริ่มต้น Windows, นิยมใช้ในการเข้าถึง Windows แบบ Safe Mode .

F9
  • เปิดแถบเครื่องมือวัดใน Quark 5.0

F10
  • ใน Microsoft Windows เปิดใช้งานแถบเมนูของโปรแกรมที่เปิดอยู่
  • Shift + F10 เป็นเช่นเดียวกับการคลิกขวาบนไอคอนที่ไฮไลต์ไฟล์หรือการเชื่อมโยงอินเทอร์เน็ต
  • การเข้าถึงการกู้คืนพาร์ทิชันที่ซ่อนอยู่ ของ HP และ Sony คอมพิวเตอร์
  • ป้อนการตั้งค่า CMOS .

F11
  • โหมดเต็มหน้าจอในเบราว์เซอร์อินเทอร์เน็ต
  • CTRL + F11 การเข้าถึง การกู้คืนพาร์ทิชันที่ซ่อนอยู่ในคอมพิวเตอร์ของ Dell
  • การเข้าถึงการกู้คืนพาร์ทิชันที่ซ่อนอยู่บน eMachines, Gateway, และคอมพิวเตอร์ Lenovo

F12
  • เปิดหน้าที่ทำการบันทึกใน Microsoft Word
  • SHIFT + F12 บันทึกเอกสาร Microsoft Word
  • Ctrl + Shift + F12 พิมพ์เอกสารใน Microsoft Word

ปลาย เกร็ดเล็กๆครับเครื่องคอมพิวเตอร์ไอบีเอ็มก่อนหน้านี้ยังมี F13 -- F24 บนแป้นพิมพ์ แต่เนื่องจากแป้นพิมพ์เหล่านี้ไม่มีการใช้งานจึงได้ถูกนำออกไป เอาไปประดับความรู้กันจะได้รู้ว่า ไอ้ปุ่มพวกนี้ที่เราไม่เคยใช้งานความจริงมันใช้ได้ดีเสียด้วย นี่แค่บางส่วนถ้า ว่าง จะหาแบบเต็ม ๆ มาให้ครับ

โปรแกรมที่ซ่อนอยู่ของ Windows XP ที่บางท่านอาจไม่เคยรู้


เราได้รู้จักกับ Windows XP มาเป็นเวลาเนิ่นนานแล้วแต่จะมีสักกี่คนที่จะรู้ว่ามันมีโปรแกรมซ่อนอยู่ซึ่ง มีส่วนช่วยในการใช้งานอย่างมากอาจคาดไม่ถึงเลยทีเดียว


เรา ๆ ท่าน ๆ ได้รู้จักกับ Windows XP มาเป็นเวลาเนิ่นนานแล้วแต่จะมีสักกี่คนที่จะรู้ว่ามันมีโปรแกรมซ่อนอยู่ตั้ง 23 โปรแกรมซึ่งมีส่วนช่วยในการใช้งานได้อย่างมากอย่างที่เราอาจคาดไม่ถึงเลยทีเดียว

ซึ่งถ้าเราไม่รู้จักมันมาจากการที่จำเป็นต้องใช้มันนั้นเราจะไม่มีทางได้ใช้มันเลย เพราะบางโปรแกรม มันไม่อยู่ใน StartMenu หรือ มีช่องทางให้เราเข้าใช้งานได้ง่าย ๆ เลยบางโปรแกรมถึงติดตั้งมาโดยที่เอาออกไม่ได้ บางโปรแกรมเป็นโปรแกรมที่มาจากวินโดว์รุ่นก่อน มาดูกันว่า 23 โปรแกรมนั้นมีอะไรบ้าง

วิธีการใช้ก็เข้าที่ Start -> Run -> พิมพ์คำสั่งต่อไปนี้เพื่อเรียกแต่ละโปรแกรมขึ้นมใช้งานหรือเอามาดูเล่นก็ไม่เสียหาย

1. charmap.exe = Character Map เป็นโปรแกรมแสดงอักขรต่าง ๆ รวมทั้งตัวอักษาของ font บนเครื่องของเราเป็นโปรแกรมมีประโยชน์มากสำหรับใช้พิมพ์อักขระพิเศษ



2.cleanmgr.exe = Disk Cleanup เอาไว้ทำความสะอาดหรือ Clear พื้นที่ไฟล์ขยะที่อยู่บนเครื่องของเรา



3. clipbrd.exe = Clipboard Viewer ดูข้อมูล ในคลิปบอร์ดที่เราได้ทำการบันทึกไว้อาจมาจากเว็บต่่าง ๆ ที่เราแอดไว้ในคลิปบอร์ด



4. drwtsn32.exe = Dr Watson โปรแกรมที่ใช้ตัวสอบว่าวินโดว์มีปัญหาเพราะอะไรต้องมีความรูสักนิดหนึ่งถึง จะดูออกนะครับตัวนี้สมัย 98 ใช้กันเป็นปกติเลย

5.dxdiag.exe = DirectX diagnosis โปรแกรมตรวจสอบอุปกรณ์ว่า สนับสนุน DirectX หรือไม่และแสดงรายชื่อไฟล์ที่เกี่ยวข้องที่สำคัญเอาไว้ดูด้วยว่าการแสดงผล สามมิติว่ายังปกติหรือไม่


6.eudcedit.exe = Private character editor โปรแกรมที่อนุญาตให้เราแก้ไขฟอนต์ หรือทำฟอนต์เองได้โปแกรมนี้สมัยก่อนใช้เล่นแก้ว่างได้ดีนักเอาไว้สร้างฟ้อน ของเราเองเอาไว้ใช้เท่ห์บางทีต่อไปอาจมีชื่อฟ้อนที่ใช้กันทั่ว ๆ ไปเป็นชื่อเราก็ได้ จะได้ไม่้ต้องไปพึ่งคุณอังสนาซึ่งผมก็เคยใช้สมัยก่อนอยากจะเห็นหน้าคนทำ เหมือนกัน หะๆ



7.iexpress.exe = IExpress Wizard โปรแกรมที่สร้างไฟล์ Setup ของวินโดว์เอาไว้สำหรับคนที่เขียนโปรแกรมบนวินโดว์แต่เดียวนี้เขียนจาก VB ก็จะมีตัวสรางมาให้อยู่แล้ว

8.mobsync.exe = Microsoft Synchronization Manager โปรแกรมที่คอยเก็บหน้าเว็บหรือไฟล์บนเครือข่าย เอาไว้ดูตอน offline ได้

9.mplay32.exe = Windows Media Player 5.1 ไว้รำลึกความหลังโปรแกรมดูหนังประจำเครื่องสมัยก่อน

10.odbcad32.exe = ODBC Data Source Administrator โปรแกรมไว้จัดการกับฐานข้อมูลซึ่งใครที่เขียนโปรแกรมด้วย foxpro หรือใ้ช้ฐานข้อมูลแปลกก็คงจะรู้จักกันดีละ



11.packager.exe = Object Packager โปรแกรมที่ใส่พวก Objects ต่างๆ ลงในไฟล์ได้เจ๋งมากๆอันนี้



12.perfmon.exe = System Monitor โปรแกรมนี้ มีประโยชน์มาก ไว้ตัวสอบประสิทธิภาพของวินโดว์



13.progman.exe = Program Manager เชลล์ไฟล์ของวินโดว์ 3.11 รุ่นก่อน 95 อีนนะ ใครอยากลองสัมผัสกับวินโดวส์รุ่นพระเจ้าเหาลองไปดูกัน

14.rasphone.exe = Remote Access phone book โปรแกรมที่เอาไว้ติดต่อหรือเข้าถึงข้อมูลของเครื่องที่อยู่ในเครื่องอื่นไม่ เคยใช้เหมือนกันอันนี้นะครับคงคล้าย ๆ กับรีโมทย์เดสท๊อบละ

15.regedt32.exe = Registry Editor [เหมือนกับ regedit.exe] ไว้ใช้สำหรับแก้ไข Registry ของวินโดว์อันนี้ถ้าไม่แน่ใจก็อย่าไปยุ่งกับมันเลยครับอันตรายอาจถึงขั้น ต้องลงวินโดวส์ใหม่เลยถ้าไปปรับแต่งอะไรเยอะๆ



16.shrpubw.exe = Network shared folder wizard เป็นโปรแกรมช่วยสร้างแชร์โฟดเดอร์บนเครือข่าย LAN

17.sigverif.exe = File siganture verification tool (โปรแกรมตรวจสอบ signature ของไฟล์)

18.sndvol32.exe = Volume Contro โปรแกรมไว้ปรับระดับเสียงไง อันเดียวกับรูปลำโพงตรง tray icon

19.sysedit.exe = System Configuration Editor โปรแกรมแก้ไข system.ini กะ win.ini

20.syskey.exe = Syskey Secures XP Account database – เป็นโปรแกรมที่ใช้ เข้ารหัสรหัสผ่านของวินโดว์ กรุณาใช้อย่างระมัดระวัง

21.telnet.exe = Microsoft Telnet Client โปรแกรม telnetเป็นโปรแกรมรีโมทย์เครื่องซึ่งปัจจุบันก็ยังมีคนใช้กันอยู่เหมือนกัน แต่ไม่ค่อยปลอดภัยเท่าไหร่อาจถูกดักรหัสผ่านกลางทางได้

22.verifier.exe = Driver Verifier Manager โปรแกรมตรวจสอบ driver ต่างของวินโดว์ใช้สำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องไดร์เวอร์

23.winchat.exe = Windows for Workgroups Chat โปรแกรม chat รุ่นเก๋ามีเฉพาะในวินโดว์ ตระกูล NT ขอบอกว่าใช้กันในวงแลนได้ด้วย เอาไว้เล่นกันในที่ทำงานหรือในห้องเรียนก็ไม่เสียหาย บางทีคนไม่รู้จักอาจคิดว่าคุณเป็นโปรแกรมเมอร์ระดับเทพก็ได้ที่เรียกใช้ โปรแกรมเทพๆที่พวกเขาไม่เคยเห็น หะๆ


พอดีไปเจอบทความดี ๆ ที่มีคนใส่ไว้แต่เอามาจากหลาย ๆ ที่เลยไม่รู้จะให้เครติดใคร และก็ได้เพิ่มเติมบางส่วนไปด้วย ยังไงก็แบ่งปันกันครับความรู้เพิ่มเข้าไปไม่เสียหาย อาจมีประโยชน์บ้างสำหรับบางท่าน บางโปรแกรมก็เอาไปลองอย่างระมัดระวังด้วยครับ

ขอมูลหายมาดูวิธีการกู้ข้อมูลในฮาร์ดดิสก์กัน


เวลาที่เราลบข้อมูลในฮาร์ดดิสก์ไปแล้ว ข้อมูลต่างๆ ก็ควรจะต้องหายไป แล้วคุณเคยสงสัยไหมครับ ว่าในเมื่อข้อมูลต่างๆ มันหายไปแล้ว แล้วมันถูกกู้คืนกลับมาได้อย่างไร เก็บมาฝากตามเคย

วิธีการกู้ข้อมูลในฮาร์ดดิสก์

พื้นฐานโครงสร้างของฮาร์ดดิสก์นั้นก็ไม่ได้มีอะไรมากนัก เพราะเป็นส่วนของจานเหล็กที่เคลือบสารแม่เหล็กเอาไว้ ทำให้มีคุณสมบัติสามารถเปลี่ยนแปลงสนามแม่เหล็กที่อยู่บนพื้นผิวจานได้ และนั่นก็คือที่มาของการบันทึกข้อมูล โดยการเปลี่ยนแปลงสนามเหล็กให้การเป็นรูปแบบข้อมูลดิจิตอล (0 หรือ1, เปิด หรือ ปิด) โดยหน้าที่นี้เป็นของหัวอ่าน-เขียน ซึ่งจะลอยอยู่เหนือแผ่นจานแม่เหล็กเพียงแค่นิดเดียวเท่านั้น ดังนั้นข้อมูลที่เรียงกันอยู่บนจานแม่เหล็กในฮาร์ดดิสก์จึงมีปริมาณมาก มายมหาศาล


จะเอาอะไรมากู้ข้อมูล
เวลาที่เราลบข้อมูลในฮาร์ดดิสก์ไปแล้ว ข้อมูลต่างๆ ก็ควรจะต้องหายไป แล้วคุณเคยสงสัยไหมครับ ว่าในเมื่อข้อมูลต่างๆ มันหายไปแล้ว แล้วมันถูกกู้คืนกลับมาได้อย่างไร ความจริงแล้วคอมพิวเตอร์นั้นแอบขี้โกงเราอยู่เหมือนกันครับ เนื่องจากสื่อบันทึกข้อมูลอย่างฮาร์ดดิสก์เองก็จะทำงานหรือเก็บบันทึกข้อมูล ด้วยการเปลี่ยนแปลงสนามแม่เหล็กบนจานเพื่อบันทึกค่า ซึ่งก็ต้องใช้เวลาในการเขียน-อ่านอยู่พอสมควร ดังนั้นเพื่อความรวดเร็วในการลบข้อมูล ข้อมูลต่างๆ จึงไม่ได้ถูกลบไปจริงๆ แต่จะถูกมาร์กเอาไว้ในระบบไฟล์ว่าข้อมูลในส่วนนั้นๆ ถูกลบไปแล้ว ทั้งที่จริงแล้วข้อมูลก็ยังคงอยู่ที่เดิมของมันอยู่ นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเวลาเราสร้างไฟล์ 1 กิกะไบต์ จึงช้ามาก ในขณะที่ลบไฟ 1 กิกะไบต์ นั้นเร็วจนแทบมองไม่ทันกันเลยทีเดียว

ดังนั้นแล้วข้อมูลต่างๆ ของเราก็อาจจะยังคงอยู่ในฮาร์ดดิสก์ที่เราใช้ นั่นหมายความว่าเรายังพอมีสิทธิที่จะแก้ไขสิ่งที่ทำผิดพลาดไว้ให้กลับคืนมา ดังเดิมได้อยู่ และนี่คือวิธีการต่างๆ ที่จะทำให้คุณได้ข้อมูลสำคัญๆ คืนมา


1. การกู้ไฟล์ที่เราได้ทำการลบไป

บางครั้งเราก็อาจจะเผลอลบไฟล์งานเอกสารสำคัญๆ ของเราไปด้วย เมื่อสั่งลบไปแล้ว มันก็จะไปอยู่ในถังขยะหรือว่าเจ้า Recycle Bin แทน จริงอยู่ครับว่าไฟล์ที่ถูกลบไป มันจะถูกย้ายไปไว้ในถังขยะ แต่สำหรับคนที่ต้องการทำงานแบบรวดเร็วจนติดเป็นนิสัย ก็เลยลบข้อมูลอย่างรวดเร็ว (Shift+Del) งานนี้ข้อมูลของคุณไม่ได้อยู่ในขยะแน่นอนครับ นอกจากนี้กรณีที่คุณเผลอลบไฟล์ที่มีขนาดใหญ่เกินกว่าที่ถังขยะจะสามารถรับ ได้ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ไฟล์ของคุณจะได้รับสิทธิในการลบข้อมูลไปเลยโดย ไม่ต้องผ่านถังขยะด้วยเช่นกัน

ขนาดถังของ Recycle Bin ที่คุณกำหนดไว้อาจจะไม่ใหญ่เพียงพอ ทำให้ไฟล์ถูกลบไปเลยก็ได้

วิธีการกู้ที่ง่ายที่สุดก็ต้องเป็นโปรแกรมประเภท Undeleted ทั้งหลายที่พอจะช่วยคุณได้ แต่ข้อจำกัดของโปรแกรมประเภทนี้ก็คือคุณจะต้องติดตั้งโปรแกรมก่อนที่คุณจะลบ ไฟล์นะครับ

หลักการทำงานของโปรแกรมประเภทนี้อยู่ที่การคอยสอดส่องว่าคุณมีการทำงานกับ ไฟล์อะไรบ้าง มีการลบไฟล์อะไรไปบ้าง แล้วมันจึงแอบเก็บข้อมูลของไฟล์ที่คุณลบเอาไว้เอง จะว่าไปมันก็เหมือนกับเป็นการทำหน้าที่ Recycle Bin อย่างลับๆ โดยที่เราไม่รู้ตัว ซึ่งคราวนี้เราก็จะสามารถกู้คืนไฟล์ที่เราเพิ่งลบไปให้กับมาอยู่ในอ้อมอกของ เราได้เหมือนเดิมครับ

ข้อจำกัดของรูปแบบการกู้คืนข้อมูลแบบนี้ก็คือโปรแกรมที่ใช้สำหรับการ Undeleted นี้จะต้องติดตั้งโปรแกรมลงไปก่อน เพื่อที่จะจะได้ให้มันคอยตรวจสอบไฟล์ที่เราเพิ่งสั่งลบไป และคอยเก็บข้อมูลสำรองเอาไว้ให้ ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อทำเช่นนี้แล้ว คุณก็จะต้องยอมเสียพื้นที่บนฮาร์ดดิสก์ไปบางส่วนเพื่อแลกกับความปลอดภัยของ ไฟล์ บางโปรแกรมกินพื้นที่เยอะ เพราะใช้วิธีการแบ็กอัพไฟล์เอาไว้เลย หรือบางโปรแกรมอาจจะใช้วิธีการเก็บ Log การลบไฟล์เอาไว้ แล้วสั่งถอดมาร์กที่ระบบปฏิบัติการได้ทำไว้เพื่อให้รู้ว่าเป็นไฟล์ที่ถูกลบ ออกไปก็จะกินพื้นที่น้อยกว่า


2. การกู้ข้อมูลที่เกิดจากการฟอร์แมตไดรฟ์ไป (ข้อมูลอาจกลับมาไม่ครบลองอ่านดูนะครับ)

คงจะมีบ้างที่เรา ๆ ท่าน ๆ อาจเกิดฟอร์แมตผิดไดรฟ์ในขั้นตอนการติดตั้งวินโดวส์ หรือถ้าจะให้ดูใกล้ตัวกว่านั้นอาจจะเป็นกรณีที่ว่าคุณต้องการฟอร์ แมตลงวินโดวส์ใหม่อยู่แล้ว หลังจากสั่งฟอร์แมตและเตรียมตัวจะลงระบบปฏิบัติใหม่นั้นนึกขึ้นมาได้ว่ายัง มีไฟล์งานสำคัญที่ยังไม่ได้แบ็คอัปอยู่ ฟอร์แมตก็ทำไปแล้วจะทำยังไง แถมโปรแกรม Undeleted ก็ช่วยไม่ได้อีกต่างหาก

ส่วนนี้ต้องใช้โปรแกรมเข้าช่วยเช่นโปรแกรม GetDataBack แล้วพวกโปรแกรมมันกู้ได้ก็เนื่อง จากข้อมูลต่างๆ ที่เราสั่งลบไปนั้นไม่ได้มีการถูกลบไปจริงๆ เพียงแต่จะเป็นการมาร์กเอาไว้ว่าข้อมูลนั้นๆ ถูกลบไปแล้ว การฟอร์แมตก็คล้ายๆ กัน โดยเฉพาะการฟอร์แมตแบบรวดเร็ว (Quick Format) ด้วยแล้ว มันก็เหมือนกับการลบไฟล์ทุกไฟล์ออกไปจากไดรฟ์นั้นเองครับ โปรแกรมพวกนี้มีหลายยี่ห้อก็เลือกใช้กันได้เลยครับ

ซึ่งทำให้มันสามารถมองเห็นข้อมูลที่ระบบปฏิบัติการมองไม่เห็นหรือก็คือ ข้อมูลที่ถูกลบไปแล้วนั่นเองครับ ข้อจำกัดของโปรแกรมประเภทนี้ก็มีอยู่เหมือนกันครับ เพราะใช่ว่ามันจะสามารถกู้ได้ทุกอย่างอย่างแรกเลยก็คือ มันไม่สามารถกู้ข้อมูลที่ถูกเขียนทับไปแล้วได้ เนื่องจากมันอาศัยการกู้จากเศษข้อมูลที่หลงเหลืออยู่ในดิสก์


อีกกรณีหนึ่งที่ไม่สามารถกู้คืนได้ก็คือกรณีของการ Low Level Format ซึ่งถือว่าเป็นการฟอร์แมตที่ล้างข้อมูลได้อย่างสะอาดที่สุด เพราะจะมีการจัดรูปแบบของคลื่นแม่เหล็กใหม่ โดยใช้หลักการเขียนข้อมูลที่เป็น 1 และตามด้วย 0 ไปลงในทุกๆ Sector ข้อมูล ส่งผลให้ข้อมูลทั้งหมดที่อยู่ในฮาร์ดดิสก์ว่างเปล่า หรือพูดง่ายๆ ก็คือถูกเขียนทับด้วยข้อมูลเปล่าทั้งหมดนั้นเอง


3.กู้พาร์ทิชันที่เสียหาย
หากวันไหนเราเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ขึ้นมาแล้วบูตไม่ขึ้น รวมถึงยังไม่สามาถเข้าไปเอาข้อมูลในฮาร์ดดิสก์ออกมาได้อีกด้วย ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นอาจจะเป็นไปได้ทั้งจากฮาร์ดแวร์ หรืออาจจะเป็นจากซอฟต์แวร์ซึ่งก็คือเป็นเพียงแค่โครงสร้างข้อมูลของไดรฟ์ หรือพาร์ทิชันเสียหาย ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นได้ไม่ยากเสียด้วย อันนี้เจอบ่อยเวลาใครเอาเครื่องมาให้ซ่อมสาเหตุส่วนมากจะเกิดจากการเครื่อง ดับไม่ได้ shutdown เวลาเข้าิวินโดวส์จะเข้าวนอยู่เรือย ๆ แล้วลองเข้าไปดู partition จะบอกว่า unknow มีทางแก้ครับ

ส่วนใหญ่ปัญหาที่เป็นสาเหตุทำให้พาร์ทิชันสำหรับเก็บข้อมูลของคุณเกิดปัญหา ขึ้นก็คือ การเกิดความเสียหายขึ้นกับระบบไฟล์ ซึ่งเจ้าระบบไฟล์นี้จะเป็นโครงสร้างข้อมูลที่ชี้ไปยังตำแหน่งของข้อมูลจริงๆ ที่อยู่บนไดรฟ์ คงพอนึกออกใช่ไหมครับว่าถ้าเกิดความเสียหายที่ตัวข้อมูล มันก็อาจจะทำให้ข้อมูลหายเท่านั้น แต่ถ้ามันเกิดความเสียหายที่ระบบไฟล์ ข้อมูลทั้งหมดภายในไดรฟ์ก็จะได้รับผลกระทบไปหมดเลย

เครื่องมือที่จะมาช่วยคุณในการแก้ไขปัญหานี้ก็จะเป็นซอฟต์แวร์ประเภทที่ใช้ ในการจัดการกับพาร์ทิชันอย่างเช่น Partition Magic ซึ่งนอกจากความสามารถในการสร้าง ลบ ย่อ ขยาย ขนาดของพาร์ทิชันแล้ว มันก็ยังสามารถจะซ่อมแซมโครงสร้างของพาร์ทิชันหรือระบบไฟล์ให้กับคุณได้อีก ด้วย

โปรแกรม Partition Magic โปรแกรมโปรคู่มือนักกู้ข้อมูล
โปรแกรม Active partition recovery เครื่องมือดีๆ ที่ใช้กู้พาร์ทิชันทั้งอันได้

นอกจากนี้ยังมีกรณีของการลบพาร์ทิชันผิด ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุที่ว่าแบ่งพาร์ทิชันไว้จำนวนมากแล้วเกิดความสับสนเอง หรืออาจจะเป็นเพราะชื่อไดรฟ์มันเปลี่ยนไปในแต่ละระบบปฏิบัติการ ก็ส่งผลให้ข้อมูลในนั้นหายไปหมดด้วยเช่นกัน ซึ่งในรูปแบบเช่นนี้ก็มีโปรแกรมที่สามารถกู้คืนพาร์ทิชันที่ถูกลบไปได้อยู่ เหมือนกัน เช่น Active Partition Recovery ซึ่งมันจะสแกนดูว่าเราเคยมีการสร้างพาร์ทิชันอะไรไว้ จากนั้นมันก็จะกู้คืนสถานะของพาร์ทิชัน ระบบไฟล์ และไฟล์ข้อมูลต่างๆ ที่เคยอยู่ในพาร์ทิชันให้กลับคืนมาเหมือนเดิม


4.กู้ฮาร์ดดิสก์ที่เป็น Bad Sector
เมื่อพูดถึง Bad Sector แล้ว นี่เป็นสิ่งที่ผู้ใช้หลายๆ คน เกลียดมันที่สุดเลยก็ว่าได้ เพราะมันกำลังจะทำให้ข้อมูลของคุณเสียหายได้ในไม่ช้า อย่างที่เราได้พูดถึงการทำงานของฮาร์ดดิสก์กันมาข้างต้นแล้ว จะเห็นว่าฮาร์ดดิสก์เป็นส่วนประกอบที่มีความบอบบางมากทีเดียว โดยเฉพาะส่วนของจานแม่เหล็กและหัวอ่าน ซึ่งอยู่ห่างกันเพียงแค่นิดเดียว เรียกได้ว่าเส้นผมคนเรายังลอดผ่านไม่ได้กันเลยทีเดียว ดังนั้นหัวอ่านก็อาจจะมีกระทบกับจานแม่เหล็กอยู่เหมือนกันในกรณีที่เกิดแรง สั่นสะเทือนมากๆ หรือฮาร์ดดิสก์ถูกแรงกระแทก นอกจากนี้การที่สารฉาบเคลือบผิวของจานแม่เหล็กนั้นเสื่อมสภาพ หรือสนามแม่เหล็กในบริเวณนั้นๆ ไม่สามารถบันทึกข้อมูล สิ่งเหล่านี้ย่อมก่อให้เกิด Bad Sector ขึ้นมาได้

ตามปกติเมื่อข้อมูลของเราโชคร้าย ไปอยู่ในส่วนที่เป็น Bad Sector พอดิบพอดี ก็จะทำให้ข้อมูลส่วนนั้นๆ ไม่สามารถอ่านได้เลย เนื่องจากฮาร์ดดิสก์จะพยายามเข้าไปอ่านส่วนที่เป็น Bad Sector นั้น ดังนั้นสิ่งที่พอจะสามารถทำได้ในการกู้ข้อมูลกลับคืนมาก็คือการใช้โปรแกรม ช่วยอย่างเช่นโปรแกรมสำหรับการสแกนดิสก์ ที่สามารถรองรับการทำ Surface Test ด้วย เพื่อที่มันจะได้มองหาโปรแกรม Bad Sector ได้ และโปรแกรมเหล่านี้ก็ยังสามารถที่จะกู้ข้อมูลที่อยู่ที่ Bad Sector ขึ้นมาได้ในระดับหนึ่งอีกด้วย แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับดวงด้วยเหมือนกันว่าไฟล์ที่กู้ขึ้นมานั้นเป็นไฟล์อะไร และจะต้องยอมรับด้วยไฟล์ที่กู้คืนมาได้คงจะไม่ได้มีความสมบูรณ์ 100% นะครับ พร้อมกันนี้โปรแกรมที่ว่านี้ยังช่วยมาร์กจุดของ Bad Sector เพื่อไม่ให้คอมพิวเตอร์มีการเขียนข้อมูลลงไปที่ Bad Sector อีก

โปรแกรมสำหรับทำ Low level Format มีหลายตัว แต่ที่เหมาะคือ ?ของผู้ผลิตเอง?

แม้ว่าเราจะสามารถกู้คืนข้อมูลที่อยู่ใน Bad Sector ขึ้นมาได้แล้ว และได้มาร์กจุดของ Bad Sector เพื่อให้แน่ใจได้ว่าจะไม่มีข้อมูลผู้โชคร้ายถูกเขียนลงไปอีก แต่ความน่ากลัวของมันก็ยังไม่หมด เนื่องจาก Bad Sector อาจจะมีอาการลุกลามเพิ่มขึ้นได้อีกจากจุดเดิม ดังนั้นเพื่อความปลอดภัย เราจึงควรจะต้องแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุดูเสียก่อน โดยสิ่งที่เราพอที่จะสามารถแก้ไขปัญหา Bad Sector ได้ด้วยตัวเองก็คือการทำ Low Level Format ครับ โดยการทำ Low Level Format นี้สามารถทำได้ผ่านทางซอฟต์แวร์พิเศษจากทางผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์ที่คุณใช้ งานอยู่ โดยสามารถไปหาดาวน์โหลดได้ตามเว็บไซต์แต่ละยี่ห้อได้เลยครับ


5.กู้ฮาร์ดดิสก์แบบ USB

เดี๋ยวนี้สื่อบันทึกข้อมูลแบบที่เรียกว่า External Harddisk กำลังเป็นที่นิยมมากเลยนะครับ เนื่องจากปริมาณข้อมูลที่มากมายมหาศาลต่อวันที่ผู้คนต้องพกพากันในวันนี้ไม่ ใช่มีแค่เพลง MP3 ขนาดแค่กิกะไบต์กันแล้ว แต่อาจจะมีไฟล์วิดีโอหรือข้อมูลอื่นๆ ในระดับหลายๆ กิกะไบต์เลยก็ได้ ดังนั้นสื่อบันทึกข้อมูลอย่าง Flash Drive อาจจะไม่เพียงพอสำหรับการใช้งานของผู้ใช้บางคน ดังนั้น External Harddisk แบบ USB จึงเข้ามาเติมเต็มความต้องการให้ แต่ถ้าเกิดข้อมูลสูญหายขึ้นมาจะทำอย่างไรได้บ้าง

จริงๆ แล้วฮาร์ดดิสก์แบบ External ที่เรารู้จักกันมันก็เหมือนกับฮาร์ดดิสก์ที่ใส่อยู่ในเครื่องนั่นแหละครับ โดยถ้าเป็นแบบพกพาที่ไม่ต้องใช้ไฟจากอะแดปเตอร์ก็จะเป็นฮาร์ดดิสก์ขนาด 2.5 นิ้วเหมือนกับของโน้ตบุ๊ก ดังนั้นเมื่อคุณเชื่อมต่อฮาร์ดดิสก์เหล่านี้เข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์แล้ว มันก็จะมองเหมือนเป็นเหมือนกับฮาร์ดดิสก์ธรรมดาตัวหนึ่งเลย
การกู้ข้อมูลของ External Harddisk นั้นไม่ได้มีความแตกต่างไปจากการกู้ข้อมูลภายในเครือซักเท่าไหร่ แต่อาจจะแบ่งกรณีความเสียหายได้ 2 กรณีคือ 1 เสียที่ตัวฮาร์ดดิสก์เอง ซึ่งก็จะคล้ายๆ กับที่กล่าวมาข้างต้นว่าคุณสามารถกู้ข้อมูลคืนได้ตั้งแต่การสแกนหาข้อมูลที่ ถูกลบไปจนไปถึงการแก้ไข Bad Sector ที่เกิดขึ้นกับฮาร์ดดิสก์ กับอีกส่วนหนึ่งก็คือความเสียหายที่เกิดขึ้นกับตัวกล่องที่ใส่ฮาร์ดดิสก์

ซึ่งกล่องตัวนี้มีความสำคัญคือช่วยแปลงการเชื่อมต่อของฮาร์ดดิสก์ทีเป็น IDE หรือ SATA มาเป็นแบบ USB หรือ Firewire นั่นเอง ดังนั้นถ้ามันเกิดเสียหายขึ้นมาก็จะทำให้ฮาร์ดดิสก์ไม่สามารถใช้งานได้


6.ฮาร์ดดิสก์โน้ตบุ๊กเสีย จะกู้ได้อย่างไร
ถ้าเป็นฮาร์ดดิสก์ของเครื่องพีซีเสีย การแก้ไขก็คงจะไม่ลำบากมากนั้น เพราะคุณสามารถเปิดเครื่องออกมาเอาฮาร์ดดิสก์ไปปลั๊กกับเครื่องอื่นเพื่อกู้ ข้อมูลได้ ในขณะที่ฮาร์ดดิสก์โน้ตบู๊กนั้นจะมีความยุ่งยากมากกว่า เพราะนอกจากคุณจะแกะฮาร์ดดิสก์ออกมาได้อย่างยากลำบากแล้ว ฮาร์ดดิสก์โน้ตบุ๊กยังไม่เหมือนกับฮาร์ดดิสก์บนเครื่องพีซีอีกด้วย นอกจากมีขนาดที่เล็กกว่าแล้ว ยังมีพอร์ตสำหรับต่อสายที่ไม่เหมือนกันด้วย (ยกเว้นฮาร์ดดิสก์แบบ SATA ที่เหมือนกันและสามารถใช้งานร่วมกันได้) ดังนั้นคุณจึงต้องหาสายสำหรับแปลงสัญญาณจากฮาร์ดดิสก์โน้ตบุ๊กมาเป็น IDE สำหรับเครื่องพีซี หรืออาจจะแปลงไปเป็น USB เลยก็ได้เช่นเดียวกัน



ฮาร์ดดิสก์โน้ตบุ๊กกับเดสก์ท็อป มีความแตกต่างกันทั้งขนาดและพอร์ตการเชื่อมต่อ

สายแปลงฮาร์ดดิสก์ IDE เป็น USB ซึ่งสามารถใช้ได้ฮาร์ดดิสก์ขนาด 2.5? และ 3.5?

แม้ว่าหัว IDE ของฮาร์ดิสก์โน้ตบุ๊กจะคล้ายกับเดสก์ทอป แต่ว่าก็ไม่สามารถใช้ร่วมกันได้ เพราะหัวมีขนาดเล็กว่า

อีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่มี External Harddisk อยู่แล้ว และเป็นแบบกล่องที่สามารถแกะเปลี่ยนฮาร์ดดิสก์ภายในได้ ก็คือการถอดฮาร์ดดิสก์โน้ตบุ๊กออกมาแล้วเอาฮาร์ดดิสก์โน้ตบุ๊กที่เสียใส่ กลับเข้าไปแทน ด้วยวิธีการนี้ก็จะเป็นเหมือนกับการกู้ข้อมูลจาก External Harddisk อย่างที่เราได้เคยพูดไปในหัวข้อก่อนหน้ายังไงล่ะครับ


7.จะกู้อย่างไรในเมื่อฮาร์ดดิสก์ Detect ไม่เจอ

ข้อผ่านๆ มาทั้งหลาย เป็นการกู้ข้อมูลที่อยู่ในฮาร์ดดิสก์เป็นหลัก หรือไม่ก็มีการเปลี่ยนแปลงอินเทอร์เฟซด้วยอะแดปเตอร์เล็กน้อยซึ่งหมายความ ว่าสภาพฮาร์ดดิสก์ยังทำงานได้ดีอยู่ แต่สำหรับหัวข้อสุดท้ายนี้ เราจะพูดถึงกรณีที่ฮาร์ดดิสก์ไม่สามารถ Detect ได้เลย หรือพูดให้เข้าใจง่ายขึ้นก็คือคอมพิวเตอร์มองไม่เห็นว่ามีฮาร์ดดิสก์ต่ออยู่ กับเครื่องคอมพิวเตอร์เลย แบบนี้ก็แย่นะซิครับ เพราะโปรแกรมอะไรก็คงไม่สามารถจะกู้ข้อมูลในฮาร์ดดิสก์กลับมาได้เลย

สาเหตุของการที่ฮาร์ดดิสก์ไม่สามารถ Detect ได้นั้นมีอยู่หลายสาเหตุด้วยกัน แต่ส่วนใหญ่แล้วก็ล้วนเกิดจากแผงวงจรควบคุมที่อยู่กับตัวฮาร์ดดิสก์นั้นแหละ ครับ เพราะมันรับผิดชอบในการติดต่อและรับ-ส่งข้อมูลกับคอมพิวเตอร์อยู่แล้ว ดังนั้นถ้าแผงวงจรเสีย ก็แปลว่าคุณก็จะไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลที่อยู่ในจานแม่เหล็กได้อีกเลย ทางเดียวที่สามารถแก้ไขได้ก็คือทำให้แผงวงจรกลับมาทำงานได้ดังเดิม ข้อมูลต่างๆ ที่อยู่ในฮาร์ดดิสก์ซึ่งก็ไม่ได้หายไปไหน ก็จะกลับมาสู่อ้อมอกคุณอีกครั้ง

บทความข้างบนนี่ผมไปเจอมาจากเว็บบอร์ดซึ่งรวบรวมข้อมูลไว้อย่าง ครอบคลุมแต่ก็ต้องมีความรู้ในการใช้งานโปรแกรมช่วยต่าง ๆ ด้วยในระดับหนึ่งในการใช้งานบางข้อ ซึ่งในบทความที่เอามาก็อบใส่ word ไว้และเอามาปรับนิดหน่อยและจำไม่ได้ว่าใครเป็นผู้เขียนบทความ เลยไม่ได้ให้เครติดไว้ถ้าเจ้าของมาอ่านเจอก็ต้องขออภัยณที่นี้ด้วยครับ เอามาแบ่งปันกันครับ

สิ่งดีๆ ที่คุณจะพบใน Windows 8

สิ่งดีๆ ที่คุณจะพบใน Windows 8
ช่วงนี้กระแสข่าวของ Windows 8 ที่เปิดตัวไปเรียบร้อยแล้ว ได้สร้างความฮือฮาเป็นอย่างมากของ Windows 8 ที่มีรูปแบบแปลกใหม่กว่าวินโดวส์ที่ผ่านมาแล้ว สำหรับวันนี้จะมากล่าวถึงสิ่งใหม่และดีที่คุณจะได้พบเห็นใน Windows 8

1.การบูตเครื่องได้เร็วมาก
เมื่อเทียบกับวินโดวส์อื่นๆ เพียงไม่กี่วินาทีคุณก็สามารถใช้งานวินโดวส์ได้แล้ว




2.อินเตอร์เฟสใหม่ที่แปลกตา
หน้าแรกของการใช้งานคุณจะเจอ แอพพลิเคชันหรือโปรแกรมที่ใช้งานมารวมอยู่หน้าเดียวกันที่หน้า Start แบบ Modern Style สะดวกในการใช้งาน อาทิเช่น แอพพลิเคชันของอีเมล, รูปภาพ, ข่าว, ปฏิทิน, พยากรณ์อากาศและอื่น ๆ อีกมาก ทั้งนี้ยังแสดงเป็นแบบอัพเดทตลอดเวลา ซึ่งทำให้คุณทราบข่าวสารอยู่ตลอดเวลา


 
3.ระบบค้นหายอดเยี่ยม
Windows 8 มีฟังก์ชันการค้นหาสิ่งต่าง ๆ โดยแบบเป็นหมวดหมู่ Application, Settings, File และในโซเชียลเน็ตเวิร์ก ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว โดยค้นหาผ่านหน้า Start ได้ทันที่เพียงแค่พิมพ์คำที่ต้องการค้นหาลงไปซึ่งก็ไม่จำเป็นต้องพิมพ์ทั้ง คำ วินโดวส์จะทำการแสดงทุกอย่างที่ตรงกับคำค้นหาขึ้นมาทันที


 
4.เชื่อมต่อข้อมูลกันได้หมด
ไม่ว่าคุณจะมีคอมพิวเตอร์, โน๊ตบุ๊ก หรือแท็บเล็ต สักกี่เครื่อง คุณก็สามารถตั้งค่าต่างๆ ให้อุปกรณ์ดังกล่าวที่ใช้ Windows 8 เชื่อมต่อข้อมูลกัน โดยข้อมูลเกือบทั้งหมดจากทุกเครื่องจะเหมือนกันไม่ว่าเครื่องนั้นจะอยู่ที่ จุดใดของโลกใบนี้ ขอเพียงให้มีอินเตอร์เน็ตใช้ ด้วยฟังก์ชั่น Sync ผ่านแอคเคาท์ของไมโครซอฟท์


 

5. แชร์ข้อมูล
แชร์ (Share) ฟังก์ชันเหมาะสมมาก สำหรับคนที่ชอบโซเชียลเน็ตเวิร์ก ไมโครซอฟท์ออกแบบให้ Windows 8สามารถเลือกแชร์สิ่งต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นไฟล์ข้อมูล, รูปภาพ, หน้าเว็บไซต์, เพลง, ภาพยนตร์ และอื่นๆ สำหรับวิธีแชร์นั้นก็ง่ายมาก เพียงแค่เลือกปุ่ม Share ใน Charms Bar เท่านั้นเอง นอกจากนี้ยังสามารถแชร์ไปยังแอพพลิเคชัน อื่น ๆ ได้อีกด้วย อาทิเช่น แชร์ลิงก์หน้าเว็บไปยังคลิปบอร์ดหรือ Notepad หรือแชร์รูปภาพไปยังโปรแกรมแต่งภาพ เป็นต้น



6.เปิดอินเตอร์เน็ตได้รวดเร็ว
ถ้าคุณใช้เบราว์เซอร์ Internet Explorer 10 คุณจะต้องประหลาดใจว่า IE10 เปิดเว็บได้รวดเร็วกว่า IE รุ่นก่อนมากนัก เร็วจนเบราว์เซอร์อื่นๆ ต้องหันมามองแล้วล่ะว่า จะพัฒนาเบราว์เซอร์ของตัวเองให้เร็วขึ้นเพื่อหนี IE 10 ได้อย่างไร


 
7.การรีเฟรชและรีเซตระบบ
Windows 8 นี้ มีฟีเจอร์ใหม่ให้ผู้ใช้สามารถแก้ไขระบบได้เมื่อระบบมีปัญหาจนไม่สามารถแก้ ได้แบบปกติ ฟีเจอร์รีเฟรช (Refresh) หรือรีเซต (Reset) ของ Windows 8 ช่วยคุณแก้ไขได้ง่ายโดยใช้เวลาไม่ได้นาน
การรีเฟรซ ? คือการล้างระบบใหม่เพื่อให้กับเครื่องที่ใช้ไปนานๆ แล้วรู้สึกว่าเครื่องทำงานช้าหรือมีปัญหานั้น ให้สามารถกลับมาทำงานได้ดีขึ้นโดยการรีเฟรชนี้จะไม่ทำให้ ไฟล์, การปรับแต่งส่วนบุคคล (Personalization Settings) และแอพพลิเคชันหายไป
การรีเซต ? จะลบทุกอย่างในเครื่องออกทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นไฟล์, แอพพลิเคชัน แอคเคาท์ต่าง ๆ ของคุณ พูดง่ายๆ คือเครื่องจะกลับม้เหมือนตอนติดตั้งวินโดวส์ครั้งแรก
ฟีเจอร์ทั้งสองคุณสามารถเข้าได้ที่เมนู Charms Bar เลือก Settings > Change PC Settings > General




8. Task Manager
Windows 8 ปรับปรุง Task Manager ให้ดูสวยงามขึ้น ใช้งานง่าย และมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม การแสดงแอพพลิเคชั่นต่าง ๆ แบ่งออกเป็นหมวดหมู่ Apps, Background Processes และ Windows Processes และมีรายละเอียดการใช้ทรัพยากรเครื่องของแต่ละแอพพลิเคชันให้ดูว่าใช้ CPU, Ram, Bandwidth เท่าไหร่ในแบบ Real Time พร้อมทั้งยังมีการแสดงในรูปแบบกราฟ และบันทึกการใช้ทรัพยากรในแต่ละช่วงเวลาให้ดูย้อนหลังได้ นอกจากนี้ ทั้งนี้ยังสามารถตั้งค่าให้แอพพลิเคชัน เริ่มทำงานหรือไม่ทำงานทันทีที่เปิดเครื่องได้


 
9.หน้าต่างก็อปปี้ไฟล์
Windows 8 มีการก็อปปี้ไฟล์แบบใหม่ทั้งหน้าตาและประสิทธิภาพที่ดีขึ้น โดย
เมื่อเจอไฟล์ชื่อซ้ำกันและแสดงหน้าต่างถามก่อนว่าต้องการทำอะไรกับมัน ทำให้ผู้ใช้สามารถตัดสินใจว่าจะเอาอย่างไรกับไฟล์
ปรับความเร็วในการก็อปปี้ได้ตัวเอง ยกตัวอย่าง เช่น คุณกำลังก็อปปี้ไฟล์ผ่านระบบเครือข่ายไร้สายอยู่แต่มาเสียบสายแลนในเวลาต่อ มาระบบจะรับรู้แล้วปรับตัวเองให้ทำงานเร็วขึ้นโดยอัตโนมัติ
ถ้าไฟล์ให้มากจนเครื่องเข้าโหมด Sleep หรือ Hibernate ระบบจะหยุดการก็อปปี้ไฟล์ และเมื่อตื่นขึ้นมาจะถามว่าต้องการ Resume ต่อหรือไม่
ถ้ามีปัญหา error ขณะก็อปปี้ไฟล์ระบบจะถามก่อนเริ่มก็อปปี้ในกรณีพบก่อน หรือแจ้งเตือนปัญหาหลังก็อปปี้เสร็จในกรณีพบระหว่างทาง ช่วยทำให้งานไม่หยุดชะงักและคุณไม่ต้องเฝ้าหน้าเครื่องตลอดเวลาที่ก็อปปี้ ไฟล์


 
10. ริบบอนเมนูของ Windows Explorer
Windows Explorer ของ Windows 8 จะมีเมนูแบบ Ribbon ที่เหมือนกับ Microsoft Office 2010 ทำให้ใช้งานได้สะดวกและหลากหลายขึ้น โดย
Windows Explorer แสดงผลได้ทั้งแบบเต็มแบบย่อ (minimize) ซึ่งเป็นดีฟอลต์เพื่อลดความซับซ้อนและเพิ่มพื้นที่ของหน้าต่าง Explorer
ที่ปุ่มของริบบอนจะมี Tooltip ของปุ่มจะแสดงรายระเอียดว่าใช้ทำอะไร
ค่าต่างๆ ที่คุณตั้งไว้ใน Explorer สามารถบันทึกไว้ในแอคเคาท์คุณได้ และสามารถนำไปใช้ซิงค์กับเครื่องอื่นโดยอัตโนมัติ



ที่มาู notebookspec.com