เพ็ชรชุมพวงคอมพิวเตอร์

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บทความไอที แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บทความไอที แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

อัพรูปขึ้นเฟสบุ๊คอย่างไร ให้สวยที่สุด

สวัสดี ครับ วันนี้ผมจะมาแนะนำเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ที่คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับทุกคน เพราะว่าเดี๋ยวนี้ไปออกทริปที่ไหนมาทุกคนก็จะต้องพกกล้อง DSLR อย่างดีไปถ่ายภาพสวยๆ กลับมา แล้วก็อัพโหลดขึ้นเฟสบุ๊คเพื่อ อวดเพื่อนๆ ของเรากันใช่ไหมครับ ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ทำอย่างนั้นเช่นกันครับ แต่เกือบทุกครั้งผมพบว่าภาพที่ถ่ายมาอย่างคมชัดสวยงามด้วยกล้อง DSLR ของเรา ทำไมพอเราอัพโหลดขึ้นเฟสบุ๊คแล้วกลับพบว่า เอ... มันไม่สวยอย่างต้นฉบับหล่ะ จนเมื่อไม่นานมานี้ได้มาทราบว่า มีเทคนิคบางอย่างที่เราจะต้องทำก่อนอัพโหลดแล้วจึงจะได้ภาพที่สวยที่สุด มาดูกันครับ
facebook, เฟสบุ๊ค, อัพรูป
เครดิตภาพ: http://fc07.deviantart.net/fs70/i/2011/363/1/f/facebook_creative_cover_by_caiophox-d4kmmep.png

1.ความละเอียดของภาพถ่าย (Resolution)

เฟสบุ๊คบอก ไว้ว่า หากภาพที่เราอัพโหลดขึ้นไปมีขนาดความละเอียดใหญ่เกินมาตรฐาน ระบบจะย่อขนาดไฟล์ภาพของเราที่อัพโหลดขึ้นไปให้เองโดยอัตโนมัติ (ผมคิดว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการพื้นที่เก็บข้อมูลของเขา) แต่ปัญหาก็คือเจ้าระบบย่อขนาดไฟล์ภาพอัตโนมัติของเฟสบุ๊คนี่หล่ะครับ ที่ทำให้รูปของเพื่อนๆ ถูกลดทอนความสวยงามลงไปเป็นอย่างมาก เนื่องจากการลดขนาดภาพลงจะทำให้รายละเอียดหายไป และทำให้รูปของเราออมาไม่สวยอย่างที่ควรจะเป็น 
แต่อย่างไรก็ดีเขาได้มีทางแก้ไขไว้ให้เพื่อนๆ ตากล้องตัวจริงที่ไม่อยากให้รูปของเราถูกย่อโดยระบบของเฟสบุ๊คครับ โดยที่หากเราต้องการให้ภาพของเราไม่ถูกย่อขนาดและออกมาสวยงามที่สุด ควรจะต้องเลือกให้ภาพของเรามีขนาดดังต่อไปนี้ครับ
ภาพถ่ายปกติ 720 px, 960 px หรือ 2048 px
ภาพ Cover photo 851 x 315 px
เพราะฉะนั้น อย่างแรกที่ทุกท่านควรจะทำก่อนอัพโหลดภาพก็คือ ตรวจสอบว่าขนาดภาพของเราเกิน 2048 px หรือไม่ ซึ่งกล้องดิจิตอลสมัยใหญ่ส่วนใหญ่จะถ่ายภาพออกมาขนาดใหญ่กว่า 2048 px แน่ๆ เราก็จะต้องปรับขนาดลงมาให้เป็นไปตามสัดส่วนที่เฟสบุ๊คกำหนดไว้ คือ 720 px หรือ 960 px หรือ 2048 px ก็ได้ ก่อนครับ ขนาดที่ว่านี้นับด้านที่ยาวที่สุดของรูปนะครับ 
ตัวอย่าง เช่น รูปด้านล่างนี้ หากผมต้องการอัพโหลดขึ้นเฟสบุ๊ค ผมจะต้องลดขนาดลงให้ด้านยาวสุดของรูปในแนวนอน มีขนาด 2048 px ครับ ส่วนด้านที่สั้นกว่าก็สามารถสั่งให้โปรแกรมตกแต่งภาพปรับขนาดให้ตามสัดส่วน ได้ครับ
facebook, เฟสบุ๊ค, อัพรูป
เครดิต ภาพ: "Zabriskie Point-Panarama-edit2" by Daniel Mayer - Own work by Daniel Mayer. Licensed under CC BY-SA 3.0 via Wikimedia Commons - http://commons.wikimedia.org/wiki/File:Zabriskie_Point-Panarama-edit2.jpg#mediaviewer/File:Zabriskie_Point-Panarama-edit2.jpg

2.เพิ่มความคมชัดของภาพถ่าย (Sharpness)

แต่ เดี๋ยวก่อน แค่ย่อขนาดยังไม่พอครับ ผมยังมีอีกเทคนิคหนึ่งที่ช่วยให้ภาพของเราดูคมชัดเหมือนต้นฉบับหลังจากที่ ย่อขนาดลงมาแล้วด้วยครับ เราจะใช้เทคนิคที่เรียกว่า Unsharp Mask กัน ก่อนจะไปดูว่าทำอย่างไรนั้น เรามาดูว่าเจ้า Unsharp Maks มันคืออะไรกันก่อนดีไหมครับ
facebook, เฟสบุ๊ค, อัพรูป
เครดิต ภาพ: "Usm-unsharp-mask" by Nevit Dilmen - Own work. Licensed under Public Domain via Wikimedia Commons - http://commons.wikimedia.org/wiki/File:Usm-unsharp-mask.png#mediaviewer/File:Usm-unsharp-mask.png
เทคนิคการตกแต่งภาพถ่ายที่เรียกว่า Unsharp Mask นั้น คือ เทคนิคการเพิ่มความคมชัดของภาพโดยการนำส่วนที่ไม่ชัดของภาพนั้นๆ (Unsharp) หักลบออกไปจากภาพต้นฉบับ (เรียกว่าการทำ Masking) นั่นเอง ลองดูภาพด้านล่างเพื่อความเข้าใจมากขึ้นกันนะครับ

เครดิตภาพ: http://www.cambridgeincolour.com/tutorials/unsharp-mask.htm
ใน ขั้นตอนแรก Unsharp Mask (C) จะถูกสร้างขึ้นจาก ภาพต้นฉบับ (A) และ ภาพก๊อปปี้ของต้นฉบับที่ถูกทำให้เบลอ (B) คิดง่ายๆ ก็จะเหมือนกับว่าเราหาส่วนต่างของทั้งสองภาพนี้นั่นเองครับ ได้ออกมาเป็นขอบของวัตถุ ดังที่เห็นในภาพ C
facebook, เฟสบุ๊ค, อัพรูป
เครดิตภาพ: http://www.cambridgeincolour.com/tutorials/unsharp-mask.htm
จากนั้นเจ้า Unsharp mask นั้น ก็จะถูกนำกลับมาหักออกจากภาพต้นฉบับ ส่งผลให้บริเวณขอบของวัตถุ (ในที่นี้คือตัวหนังสือ) มีความคมชัดมากขึ้นกว่าเดิม ถ้าเราเปรียบเทียบภาพด้านบนหลังจากทำ Unsharp mask แล้ว กับภาพต้นฉบับก็จะเห็นว่ามีความคมชัดที่ขอบตัวหนังสือมากขึ้นพอสมควร
เล่าถึงทฤษฎีกันไปพอสังเขปแล้วก็มาถึงวิธีการทำกันดีกว่าครับ ผมจะขอยกตัวอย่างการทำ Unsharp mask ด้วย Photoshop นะครับ มีอีกหลายๆ โปรแกรมสามารถทำได้เช่นกันครับ
เริ่มจากเปิดภาพขึ้นมาใน Photoshop แล้วเลือกไปที่ Filter > Sharpen > Unsharp Mask
facebook, เฟสบุ๊ค, อัพรูป
จากนั้น จะมีหน้าต่างขึ้นมาให้ปรับค่าของ Unsharp Mask ให้เลือก ปรับได้ตามชอบครับ ส่วนตัวผมใช้ Amount = 200, Radius = 0.2, Threshold = 0 ครับ ตามคำแนะนำของช่างภาพจาก pixpros.net (http://www.pixpros.net/forums/showthread.php?t=503)
facebook, เฟสบุ๊ค, อัพรูป
สุดท้ายก็คือ ไม่ควรจะย่อขนาดภาพทีเดียวจากขนาดใหญ่มากๆ เหลือ 2048 px เพราะจะทำให้สูญเสียรายละเอียดหลายอย่างไป ควรจะค่อยๆ ย่อภาพลงทีละ 500 px พร้อมกับทำ Unsharp Mask ในทุกๆ ครั้งที่ย่อด้วยครับ จนกว่าจะได้ภาพขนาด 2048 px ตามที่ต้องการ
เท่านี้เราก็จะมีภาพถ่ายสวยๆ พร้อมอัพโหลดขึ้นเฟสบุ๊คให้เพื่อนๆ ได้เชยชมกันแล้วหล่ะครับ





อ้างอิง:
1.http://www.pixpros.net/forums/showthread.php?t=503
2.http://www.cambridgeincolour.com/tutorials/unsharp-mask.htm
3.http://en.wikipedia.org/wiki/Unsharp_masking\
4.http://fc07.deviantart.net/fs70/i/2011/363/1/f/facebook_creative_cover_by_caiophox-d4kmmep.png
5.How can I make sure that my photos display in the highest possible quality? https://www.facebook.com/help/266520536764594 

วันอังคารที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าคุมเข้ม ให้ร้านค้าออนไลน์ต้องจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

ช่วงนี้ ร้านค้าออนไลน์เปิดใหม่มีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หลากหลายช่องทาง เช่นทางเว็บไซต์ตัวเอง เว็บไซต์ e-commerce และล่าสุดคือทาง Social Network อย่าง facebook และ Instagram ซึ่งเป็นช่องทางที่นิยมอย่างมาก แต่ปัญหาคือ การหลอกลวงก็มีเยอะ ทำให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ออกมาคุมเข้มร้านค้าออนไลน์ โดยให้ร้านค้าแจ้งให้ไปจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ อย่างถูกกฏหมาย ภายใน 30 วัน นับจากวันที่ประกอบธุรกิจ  ซึ่งเรื่องนี้หลายท่านอาจจะยังไม่ทราบ
สถิติตัวเลขผู้ขายออนไลน์จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า  พบว่า มีผู้ขายออนไลน์ในไทยสูงถึง 1 ล้าน 5 พันราย แต่   ตัวเลขการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ มีเพียงแค่ 13,000 รายเท่านั้น
dbd-trushmark-control-onlineshop-registed
คุณวิชัย โภชนกิจ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้ให้ข้อมูลว่า การที่บังคับให้ร้านค้าออนไลน์มาลงทะเบียนนี้ ก็เป็นการบังคับใช้กฏหมาย พ.ร.บ. ทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 เพื่อให้สามารถระบุตัวตนของผู้ประกอบการร้านค้าออนไลน์ได้อย่างชัดเจน และเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับลูกค้า เนื่องจากในปัจจุบัน การถูกโกง ถูกหลอกลวงจากการค้าออนไลน์เกิดขึ้นบ่อยๆ
“ต่อไปถ้าไม่จดทะเบียนให้ถูกต้อง จะถือเป็นคนขายสินค้าเถื่อน เป็นเว็บไซต์เถื่อน ไม่น่าเชื่อถือ เพราะระบุตัวตนไม่ได้ ผู้บริโภคก็ไม่ควรให้ความเชื่อถือในการเข้าไปเลือกซื้อสินค้า ซึ่งเป็นมาตรการที่ช่วยป้องกันไม่ให้ผู้บริโภคถูกเอารัดเอาเปรียบ และถูกโกง เพราะไม่มีหลักประกันอันใดในการพิสูจน์ว่าคนขายตั้งใจทำธุรกิจออนไลน์จริง แต่ถ้ามาจดทะเบียนอย่างถูกต้องจะถือเป็นผู้ที่มีความตั้งใจที่จะทำธุรกิจ และผู้บริโภคเชื่อถือได้” คุณวิชัย โภชนกิจ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าว
ทั้งนี้ท่านรองอธิบดีก็ชี้แจงว่าทางกรม ไม่ได้ต้องการเข้าไปควบคุมผู้ขาย แต่ต้องการช่วยพัฒนาธุรกิจ E-commerce เดินหน้าไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากหากผู้ซื้อไม่สามารถไว้ใจผู้ขายได้ ก็จะกระทบไปยังผู้ขายรายอื่นๆที่มีการจดทะเบียนแล้วค่ะ ซึ่งถ้าหากมีการลงทะเบียนร้านค้าออนไลน์ ผู้ซื้อก็จะสบายใจในการสั่งซื้อขึ้น
“สำหรับผู้ขายออนไลน์ ที่ยังไม่ได้ลงทะเบียน ทั้งคนที่มีเวปไซต์เปิดเป็นร้านค้าของตัวเอง รวมถึงคนที่เปิดร้านขายเป็นจริงเป็นจัง รวมถึงร้านขายบน Social Network เช่น facebook, Instagram ต้องไปจดทะเบียนพาณิชย์ และนำเลขทะเบียนแสดงบนหน้าร้านค้าออนไลน์ด้วย”

เอกสารที่ใช้จดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ดังนี้ (หรือคลิกที่นี่เพื่อดูลิงค์ดาวน์โหลดเอกสารต่างๆ) 

  1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านของผู้ประกอบพาณิชยกิจ
  2. แบบคำขอจดทะเบียนพาณิชย์ (แบบ ทพ.)
  3. รายละเอียดเกี่ยวกับเว็บไซต์ (เอกสารแนบ แบบ ทพ.) กรอก 1 ใบ ต่อ 1 เว็บไซต์
  4. เอกสารการจดโดเมนเนม (กรณีที่มีเว็บไซต์ และชื่อผู้จดทะเบียนโดเมนเนม ต้องเป็นชื่อผู้ประกอบการที่จดทะเบียนพาณิชย์)
  5. Print หน้าแรกของเว็บไซต์ , สินค้า/บริการที่ประกอบพาณิชยกิจ และวิธีการสั่งซื้อสินค้า/บริการ วิธีการชำระเงิน วิธีการส่งสินค้า
  6. แผนที่ตั้งการประกอบพาณิชยกิจ
  7. หนังสือรับรองการจดทะเบียนของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท (กรณีจดในนามนิติบุคคล)
  8. หนังสือมอบอำนาจ พร้อมติดอากรแสตมป์ 10 บาท และสำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ (กรณีมอบอำนาจ)
กรณีผู้ประกอบพาณิชยกิจมิได้เจ้าบ้าน
  1. หนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ หรือ สัญญาเช่า
  2. สำเนาบัตรประชาชนเจ้าของสถานที่ พร้อมสำเนาทะเบียนบ้าน หรือ เอกสารสิทธิ์ที่แสดงว่าเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์
กรณีนิติบุคคลต่างประเทศ เข้ามาตั้งสาขาดำเนินกิจการในประเทศไทย ให้แนบเอกสารเพิ่มเติม ดังนี้
  1. สำเนาเอกสารแสดงการจดทะเบียนนิติบุคคล
  2. หนังสือแต่งตั้งผู้ดำเนินกิจการในประเทศไทย
2.1 ใบอนุญาตทำงาน (กรณีผู้ดำเนินกิจการเป็นคนต่างด้าว)
2.2 ใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว หรือหนังสือรับรองการใช้สิทธิ (ถ้ามี)
แล้วไปจดทะเบียนพาณิชยอิเล็กทรอนิกส์ ได้ ตามสถานที่ดังนี้
  1. สำนักงานแห่งใหญ่ของสถานประกอบการตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ ให้ยื่นที่ สำนักงานเขตที่สำนักงานใหญ่ที่ตั้งอยู่ในเขตท้องที่
  2. สำนักงานแห่งใหญ่ของสถานประกอบการตั้งอยู่ในต่างจังหวัด ให้ยื่นที่ สำนักงานทะเบียนพาณิชย์เมืองพัทยา เทศบาล หรือองค์การบริการส่วนตำบลที่สำนักงานใหญ่ที่ตั้งอยู่ในเขตท้องที่
  3. ถ้าสำนักงานแห่งใหญ่ของผู้ประกอบพาณิชยกิจตั้งอยู่ในต่างประเทศ และมาตั้งสำนักงานสาขาเพื่อประกอบพาณิชยกิจในประเทศไทย สำนักงานแห่งใหญ่ตั้งในเขตท้องที่รับผิดชอบของสำนักงานทะเบียนพาณิชย์ใดก็ให้จดทะเบียน ณ สำนักงานทะเบียนพาณิชย์ในเขตท้องที่นั้น
ทั้งนี้มีข้อกำหนดการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ คือ
  1. การยื่นคำขอจดทะเบียนพาณิชย์ 1 คำขอต่อ 1 เว็บไซต์ หรือ ร้านค้าออนไลน์
  2. ต้องมีร้านค้าออนไลน์แล้ว โดยมิใช่มีแต่ชื่อเว็บไซต์ หรือ ชื่อร้านค้า
  3. เป็นร้านค้าหรือประกอบพาณิชยกิจพาณิชยอิเล็กทรอนิกส์ 4 ประเภทตามที่กฎหมายกำหนด
  4. ไม่ใช่เว็บไซต์หรือสื่อออนไลน์ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ หรือให้ข้อมูลเท่านั้น โดยไม่สามารถซื้อขายผ่านทางเว็บไซต์หรือสื่อออนไลน์นั้น ๆ
  5. การซื้อขายสินค้า/บริการผ่านทาง เว็บไซต์หรือ Social Media เช่น Facebook ที่เป็นการทำการค้าโดยปกติ ถือเป็นการซื้อขายผ่านทางอินเตอร์เน็ต ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ และนำเลขทะเบียนแสดงบนหน้าร้านค้าออนไลน์ 
  6. กรมฯ จะอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายรับรอง DBD Registered เฉพาะร้านค้าออนไลน์ที่เป็นเว็บไซต์และมีโดเมนเนมเป็นของตนเอง ไม่รวมสื่อออนไลน์อื่น
 ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนพาณิชย์
  • - จดทะเบียนพาณิชย์ตั้งใหม่ 50 บาท
  • - จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงรายการจดทะเบียน ครั้งละ 20 บาท
  • - จดทะเบียนเลิกประกอบพาณิชยกิจ 20 บาท
dbd-logo-online-shopping-registed
หน้าตาสัญลักษณ์ร้านค้าออนไลน์ที่จดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์แล้ว
dbd-logo-online-shopping-registed-2
เมื่อ คลิกแล้วจะแสดงรายละเอียดการจดทะเบียนของเว็บ เช่นชื่อบริษัท ที่ตั้ง และข้อมูลรายละเอียดที่สำคัญ ดังนั้นต้องคลิกที่โลโก้ด้วย ดูด้วยว่าปรากฎหน้านี้หรือเปล่า
เมื่อจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เรียบร้อยแล้ว กรณีเป็นเวปไซต์ ก็จะได้รับสัญลักษณ์ยืนยัน DBD register และ DBD verify มาแปะที่หน้าเว็บ ทำให้เว็บดูน่าเชื่อถือมากขึ้น ทั้งนี้สำหรับผู้ซื้อ ก็สามารถสังเกตที่สัญลักษณ์  DBD register และ DBD verify ก่อนตัดสินใจซื้อ ซึ่งทำให้เกิดความมั่นใจขึ้นว่า เว็บนี้ไม่ถูกหลอกแน่