เพ็ชรชุมพวงคอมพิวเตอร์

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โทรศัพท์มือถือ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โทรศัพท์มือถือ แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2558

Review : มือถือแบรนด์ไหนดัง ใช้มือถือ แบรนด์ไหนดี ??

เขียนโดย ใหญ่ จิรชยุตม์







แล้วแต่คนชอบนะครับ แต่ผมจะให้ข้อมูลคร่าวๆนะครับเพื่อประกอบการพิจารณาและตัดสินใจเลือกซื้อ

 มือถือแต่ก่อนแบรนด์ดังๆที่ขับเคี่ยวกันก็จะมี apple กับ samsung นะครับ ไปๆมาๆ ยอดขายทั่วโลก samsung แซง apple ไปไกลครับ ขึ้นครองอันดับ 1 ด้วยราคาที่ถูกกว่า และระบบ android ที่สู้ ios ได้

1) ประวัติ samsung : วันที่ 1 มีนาคม 1938 Byung-Chull Lee ประธานผู้ก่อตั้ง เริ่มต้นธุรกิจในแตกู เกาหลีโดยมุ่งเน้นการส่งออกสินค้า การจำหน่ายปลาแห้งของเกาหลี ผักและผลไม้ไปยังแมนจูเรียและปักกิ่งเป็นหลัก ในเวลากว่าทศวรรษเล็กน้อย Samsung ซึ่งแปลว่า "ดาวสามดวง" ในภาษาเกาหลี มีโรงงานผลิตแป้งสำหรับทำอาหารและเครื่องจักรผลิตลูกกวาด อีกทั้งมีปฏิบัติการผลิตและจำหน่ายเป็นของตัวเอง  ปัจจุบันกลายเป็น บริษัทชั้นนำระดับโลก ด้วยความสำเร็จของธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ Samsung ได้รับการยอมรับทั่วโลกในฐานะผู้นำอุตสาหกรรมด้านเทคโนโลยี และปัจจุบันครองตำแหน่ง 1 ใน 10 สุดยอดแบรนด์ระดับโลก

2)  แอปเปิล หรือในชื่อเดิม แอปเปิลคอมพิวเตอร์ ได้เกิดขึ้นจากการร่วมกันก่อตั้งของ สตีฟ จ็อบส์ และ สตีฟ วอซเนียก เป็นบริษัทในซิลิคอนวัลเลย์ ทำธุรกิจเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ แอปเปิลปฏิวัติคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะในยุค 70 ด้วยเครื่องแอปเปิลทู  และแมคอินทอช
        ในยุค 80 ปัจจุบันแอปเปิลมีชื่อเสียงด้านฮาร์ดแวร์ เช่น ไอแมค ไอพอด ไอโฟน และ ร้านขายเพลง
ออ นไลน์ไอทูนส์ ประวัติโดยย่อ บริษัท Apple Computer Inc. ได้เกิดขึ้นจากการร่วมกันก่อตั้งของ สตีฟ จ็อบส์ และ สตีฟ วอซเนียก ทำการปฏิวัติธุรกิจคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะในยุค 70 โดยการนำเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องแรกที่ประดิษฐ์จากโรงรถออกมาขาย ในชื่อ Apple I ที่ราคาจำหน่าย 666.66 เหรียญ ในจำนวนและระยะเวลาจำกัด
        ภาย ในปีถัดมาก็ได้ผลิตเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำยอดจำหน่ายสูงสุดให้กับบริษัท ณ ขณะนั้นคือ Apple II ซึ่งเป็นการเปิดศักราชใหม่แห่งวงการไมโครคอมพิวเตอร์ และเป็นการสร้างมาตรฐานให้กับไมโครคอมพิวเตอร์ที่เกิดมาตามหลังทั้งหมด (อย่างไรก็ดี ในช่วงเวลาดังกล่าว ทางบริษัทจะมุ่งเน้นการขายระบบปฏิบัติการมากกว่าที่จะขายผลิตภัณฑ์ไมโคร คอมพิวเตอร์ เนื่องจากประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์จากบริษัท Intel และ IBM ทำงานได้ดีกว่า)
        ต่อ มาในยุค 80 Apple Inc. ได้พัฒนาเครื่องคอมพิวเตอร์ให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ส่งผลถึงยอดจำหน่ายที่สูงขึ้นตามลำดับ ภายใต้ชื่อผลิตภัณฑ์ Macintosh ซึ่งยังส่งผลให้ Apple ยังคงมีชื่อเสียงในด้านผลิตภัณฑ์มาจนถึงปัจจุบัน ด้วยมาตรฐานและเอกลักษณ์ทางการตลาดที่สอดคล้องกับปณิธานองค์กรที่ว่า “คิดอย่างแตกต่าง (Think Different)” ผลิตภัณฑ์ที่มักได้รับการกล่าวถึงและเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน อาจแบ่งได้เป็น 3 กลุ่มด้วยกัน ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ ทั้งที่เป็นคอมพิวเตอร์ขนาดพกพา (MacBook, MacBook Pro) และคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (iMac, PowerMac) ระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ ได้แก่ Mac OSX (แมคโอเอสเท็น) อุปกรณ์ฟังเพลงขนาดพกพา ได้แก่ สายผลิตภัณฑ์ iPod และ iPhone อุปกรณ์เสริมต่างๆ เช่น iSight, AirPort ฯลฯ โปรแกรมและบริการเสริมต่างๆ อาทิ iTunes เป็นต้น


ต่อมาครับเริ่มมีแบรนด์อื่นๆเข้ามาแบ่งส่วนแบ่งการตลาดมีอะไรบ้างมาติดตามดูกันครับ

Huawei,OPPO,Lenovo ขอพูดถึง 3 แบรนด์นี้นะครับ

 

Huawei (หัวเว่ย) : เป็นบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์เครือข่ายและอุปกรณ์โทรคมนาคมสัญชาติจีน มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองเซินเจิ้น มณฑลกวางตุ้ง สาธารณรัฐประชาชนจีน  ปัจจุบันเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์เครือข่ายและโทรคมนาคมรายใหญ่ที่สุดของจีน และเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์และติดตั้งงานโครงสร้างพื้นฐานของระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่รายใหญ่อันดับสองของโลก รองจากอีริกสัน

หัวเว่ยก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1987 โดยนายเหริน เจิ้งเฟย ปัจจุบัน บริษัทมีธุรกิจหลักแบ่งออกเป็นสามกลุ่มใหญ่ๆ ได้แก่กลุ่มเครือข่ายโทรคมนาคม กลุ่มผลิตภัณฑ์และบริการสำหรับภาคธุรกิจและองค์กร และกลุ่มอุปกรณ์สื่อสารสำหรับผู้บริโภค โดยมีพนักงานรวมทั้งหมดกว่า 110,000 คนทั่วโลก นอกจากนี้ หัวเว่ยยังมีศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีอีกกว่า 20 แห่งทั่วโลก
ในปี 2010 หัวเว่ยได้รับการจัดอันดับให้อยู่ใน 500 บริษัทใหญ่ของนิตยสารฟอร์จูน ด้วยยอดขาย 21.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และกำไรสุทธิ 2.67 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ปัจจุบันบริษัทยังเป็นบริษัทจำกัด ที่ไม่เสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไป แต่กระจายหุ้นให้เฉพาะกับพนักงานบริษัท


OPPO  (ออปโป้)  : ได้เริ่มก่อตั้งเมื่อปี 2001 และจดทะเบียนเป็นบริษัทในปี 2004 สำนักงานใหญ่ ณ ประเทศจีน มณฑลกวางตุ้ง เมืองตงก่วน
 
       ทั้งนี้ในสินค้าระยะแรกของ OPPO จะเป็นสินค้ากลุ่มความบันเทิง อาทิ เครื่องเล่น MP3 ต่อมาก็ขยายมาเป็น MP4 และเมื่อเล็งเห็นว่าตลาดมือถือกำลังเป็นตลาดที่มีแนวโน้มเติบโตสูง จึงทำให้ OPPO หันเหมาผลิตมือถือที่เป็นฟีเจอร์โฟนครั้งแรกในประเทศจีนเมื่อปี 2008 (ในประเทศไทย OPPO เริ่มเข้ามาบุกตลาดฟีเจอร์โฟนในปี 2010 ซึ่งชูรูปลักษณ์ที่เอาใจเด็กวัยรุ่นที่คลั่งไคล้ดาราเกาหลีเป็นหลัก) จากนั้นในปี 2012 จึงได้เริ่มเปิดตัว OPPO Find 3 ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของ OPPO ที่วางจำหน่ายในประเทศไทย ส่วนประเทศจีน OPPO ได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นแรกในปี 2011


Lenovo (เลโนโว่) : ก่อตั้งโดย Liu Chuanzhi Lenovo เป็นแบรนด์โนตบุคสัญชาติจีน เกิดจากการสมาสคำว่า Le ที่มาจาก Legend + Novo ในภาษาละตินที่แปลว่า new
ตอนแรกแบรนด์นี้ ใช้ชื่อว่า Legend แต่เมื่อต้องการจะไปตีตลาดในต่างประเทศจึงไม่สามารถใช้ชื่อนี้ได้เพราะไปตรง กับชื่อการค้าของแบรนด์อื่น จึงเปลี่ยนเป็น Lenovo
  • 1981
    • เป็นปีที่ IBM PCD ได้ออกคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลเครื่องแรก ในชื่อว่า “IBM PC”
  • 1984
    • เป็นปีที่ IBM PCD ได้ออกคอมพิวเตอร์แบบพกพาเครื่องแรก ในชื่อว่า “IBM Portable PC” มีน้ำหนักอยู่ที่ 30 ปอนด์
    • ด้วยเงินทุนเริ่มต้นเพียง RMB200,000 (US$25,000) ผู้ก่อตั้งเลอโนโวนาย Liu Chuanzhi และเพื่อนร่วมอุดมการณ์ได้ร่วมกันก่อตั้งบริษัทเพื่อพัฒนาเทคโนโลยี (ตำนานผู้ก่อตั้ง) โดยใช้รับเงินทุนสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งประเทศจีน
  • 1986
    • IBM PCD ได้ทำการเปิดตัวคอมพิวเตอร์แล็บท็อบเครื่องแรกในชื่อว่า “PC Convertible” มีน้ำหนัก 12 ปอนด์
  • 1988
    • Legend’s Chinese-Character card ได้รับรางวัลชนะเลิศผลงานวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีในประเทศจีน
    • สถาปนาเกาะฮ่องกง

ช่วงทศวรรษ 1990


  •  
    • 1990
      • เป็นปีแห่งวงการคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่ได้ปล่อยสินค้าออกสู่ตลาดภายใต้แบรนด์ผู้ขายและผู้ผลิต
    • 1992
      • IBM PCD ได้ออกสินค้าใหม่ ThinkPad โน้ตบุ๊คเครื่องแรกด้วยหน้าจอแสดงผลสีขนาด 10.4 นิ้ว
    • 1993
      • ยุคบุกเบิกของ “Pentium” และเป็นปีแรกของจีนในการผลิตคอมพิวเตอร์ส่วนบุคลล “586”
    • 1994
      • IBM PCD ได้ส่ง ThinkPad 775CD ออกสู่ตลาด ซึ่งเป็นโน้ตบุ๊ครุ่นแรกที่สามารถใช้งาน CD-ROM
    • 1995
      • แบรนด์ที่ผลิตเซิร์ฟเวอร์เป็นรายแรกได้ออกสู่ตลาด
    • 1996
      • เป็นปีแรกแห่งการเป็นผู้นำในส่วนแบ่งการตลาดของจีน
      • เปิดตัวบริษัทแล็ปท็อปแห่งแรก
    • 1997
      • IBM PCD ได้ส่ง ThinkPad 770 ออกสู่ตลาด โดย ThinkPad 770 เป็นโน้ตบุ๊ครุ่นแรกที่สามารถใช้งาน DVD-ROM ได้
    • 1998
      • ปิดตำนานสายการผลิตคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล คุณ Andy Grove กรรมการผู้จัดการบริษัท Intel ในขณะนั้น มาร่วมพิธีอย่างเป็นทางการ และได้นำคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลไปเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑ์ของ Intel ด้วย
    • 1999
      • ได้กลายมาเป็นบริษัทผลิตคอมพิวเตอร์ชั้นนำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค

ช่วงทศวรรษ 2000


  •  
    • 2000
      • IBM PCD ได้ส่งผลิตภัณฑ์โน้ตบุ๊คและคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลออกไปขายแล้วกว่า 10ล้านเครื่อง
      • ได้มีหุ้นเข้าไปสู่ดัชนี Hang Seng – ฮ่องกง
    • 2001
      • IBM โน้ตบุ๊คที่ได้มีการฝังชิพโปรแกรมความปลอดภัยได้กลายมาเป็นโน้ตบุ๊คเครื่อง แรกที่ได้รับการรับรองโดยสมาคมคอมพิวเตอร์ที่เชื่อถือได้ ในมาตรฐานการตั้งค่าความปลอดภัยต่างๆ
      • แต่งตั้งประธานและผู้บริหารบริษัทคุณ Yuanqing Yang
    • 2002
      • เปิดตัวซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ รุ่น Deepcomp 1800 เป็นที่กล่าวขวัญ เป็นคอมพิวเตอร์ของจีนเครื่องแรกที่มีระบบ 1,000 GFLOP (Floating Point Operations per second) และเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ในจีนที่ทำงานได้รวดเร็วต่อการใช้งานของประชากร ด้วยอันดับ 43 จากรายชื่อทั้งหมด 500 อันดับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำงานได้รวดเร็วที่สุด
    • 2003
      • เปิดตัว Logo Lenovo ใหม่อย่างเป็นทางการสู่ตลาด และเตรียมพร้อมส่งผลิตภัณฑ์สู่ตลาดในต่างประเทศ
    • 2004
      • IBM PCD ได้เปิดตัวโน้ตบุ๊คเครื่องแรกที่สามารถใช้งานระบบ Fingerprint ได้
      • IBM PCD ได้ส่งออกเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลสู่ตลาดแล้วกว่า 100 ล้านเครื่อง (นับรวมทั้งเครื่องคอมพิวเตอร์และโน้ตบุ๊ค)
      • เลอโนโวได้กลายมาเป็นพาร์ทเนอร์กับโอลิมปิกอย่างเป็นทางการ และเป็นบริษัทจากประเทศจีนบริษัทแรกที่ได้มาเป็นพาร์ทเนอร์ทางด้านอุปกรณ์ เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์กับ IOC
      • เลอโนโวและ IBM ได้ประกาศข้อตกลงให้เลอโนโวเป็นผู้ครอบครอง IBM ในส่วนงานคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล
    • 2005
      • เลอโนโวประสบความสำเร็จในการเข้าดำเนินกิจการในธุรกิจ คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลต่อจาก IBM ทำให้เกิดเป็นบริษัทผลิตภัณฑ์ IT ระดับนานาชาติซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลขนาดใหญ่ที่สุดเป็น อันดับ 3 ของโลก
      • คุณ William J.Amelio เข้ามารับตำแหน่งผู้บริหารและประธานบริษัทเลอโนโว
    • 2006
      • เลอโนโวได้มีส่วนร่วมในการให้ความสนับสนุนโอลิมปิกเกมส์ใน Torino, อิตาลีในปี 2006 โดยการสนับสนุนคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปจำนวน 5,000 ชุด, เซิร์ฟเวอร์จำนวน 350 ชุดและคอมพิวเตอร์ประเภทโน้ตบุ๊คจำนวน 1,000 ตัว
    • 2007
      • คณะกรรมการจาก The Beijing Organizing for Olympic Games ได้เลือกดีไซน์จากเลอโนโวให้ได้รับรางวัลชนะเลิศการออกแบบจากบริษัทที่เข้า ร่วมแข่งขันกว่า 300 ชื่อ
    • 2008
      • เลอโนโวก้าวเข้าสู่โลกแห่งการผลิตคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลในตลาด consumer
      • เลอโนโว ThinkPad X300 ได้รับการขนานนามว่าเป็น “แล็ปท็อปที่ยอดเยี่ยมที่สุด” จากนิตยสาร BusinessWeek
      • เลอโนโวได้อวดศักยภาพในการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ที่ปักกิ่ง ซึ่งเป็นการแข่งขันกีฬาที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์
    • 2009
      • เลอโนโวได้เข้ามาเป็นสปอนเซอร์รายใหญ่ด้านเทคโนโลยีให้งาน World Expo 2010 ณ เซี่ยงไฮ้
      • เลอโนโวได้ขายสินค้าสู่ตลาดแล้ว 1 ล้านเครื่อง

ช่วงทศวรรษ 2010


  •  
    • 2010
      • เลอโนโวได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ LePhone สมาร์ทโฟนเครื่องแรกจากเลอโนโว
      • เลอโนโวได้จำหน่ายผลิตภัณฑ์ ThinkPad แล้วกว่า 60ล้านเครื่อง
    • 2011
      • เลอโนโวได้ขยายตลาดธุรกิจจาก Mobile Internet Digital Home (MIDH) เปิดตลาดเข้าสู่ธุรกิจสมาร์ทโฟน, แท็บเล็ตและสมาร์ททีวี
      • เลอโนโวได้เข้าร่วมธุรกิจกับ NEC เพื่อสร้างบริษัทผู้ผลิตเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่ใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น
      • เลอโนโวได้เข้าครอบครองธุรกิจ Medion บริษัทผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลและอุปกรณ์อิเล็คทรอนิคที่ตั้งอยู่ใน ประเทศเยอรมัน เพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้ได้เติบโตในตลาดฝั่งยุโรป
    • 2012
      • เลอโนโวได้เข้าร่วมธุรกิจกับ EMC เพื่อขยายธุรกิจเซิร์ฟเวอร์ในประเทศจีนและพัฒนาธุรกิจด้าน Storage Solutions
      • เลอโนโวเข้าดูแลธุรกิจ Stoneware บริษัทผู้ผลิตซอฟแวร์โดยมุ่งพัฒนาระบบแบบ Cloud Computing
      • เลอโนโวได้จำหน่ายผลิตภัณฑ์ ThinkPad สู่ตลาดแล้วกว่า 75ล้านเครื่อง
    • 2013
      • เลอโนโวได้ขึ้นสู่การเป็นอันดับ1 บริษัทผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล
      • เลอโนโวเป็นอับดับที่ #329 ในการจัดอันดับ 500 บริษัทที่ใหญ่ที่สุดในโลก
      • เลอโนโวเข้าครอบครองธุรกิจ CCE บริษัทผู้ผลิตสินค้าอิเลคทรอนิคชั้นนำในประเทศบราซิล
      • เลอโนโวได้ขึ้นเป็นอันดับ 3 ในการจัดอันดับบริษัทธุรกิจสมาร์ทโฟนที่ใหญ่ที่สุดในโลก 

         

        ----------------------------------------------------

         

         Huawei มาจาก บริษัท ผลิต อุปกรณ์ เน็ตเวิรค เครื่อข่ายสื่อสาร

        OPPO มาจาก บริษัท ผลิต เครื่องใช้ไฟไฟ้า เครื่องเสียง เครื่องเล่น MP3

        Lenovo มาจาก บริษัท ผลิต คอมพิวร์เตอร์ (อันดับ 1 ยอดขาย Notebook ทั่วโลก และปัจจุบันยักษ์ใหญ่ขึ้นหลังจากTakeover Motolola)

         

        Huawei Lenovo ขายทั่วโลก

        Oppo ขายในจีนกับไทย โดยหลอกคนไทยให้เข้าใจว่าแบรนด์เกาหลี oppo oppa ตอนเปิดตัวเอา 2pm มาโฆษณา 

         

        คงจะพอได้ข้อมูลคร่าวๆกันแล้วใช่ไหมครับ ในการตัดสินใจเลือกซื้อมือถือสักเครื่องว่าจะใช้แบรนด์ไหนดี ส่วนตัวผมตัด oppo ทิ้งไป ที่1 ในใจ lenovo แบรนด์เดียวเท่านั้นครับ ถูกใจใครบ้างไม่ถูกใจใครบ้างก็ขออภัยนะครับ ขอบคุณที่ติดตามอ่านจนจบนะครับ แล้วโอกาสหน้าผมจะมา Review ใหม่นะครับ ถ้าถูกใจ กด Like หรือ แชร์ ให้ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ ^^








 

 



วันพุธที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2558

แนะนำ 10 อันดับมือถือน่าสนใจประจำสัปดาห์

แนะนำ 10 อันดับมือถือน่าสนใจประจำสัปดาห์



ช่วงนี้ยังคงมีรุ่นใหม่ๆ ถูกส่งออกมาเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็น Samsung Galaxy S6 หรือ Samsung Galaxy S6 edge ที่เพิ่งเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ไปเมื่อต้นเดือน แต่นั้นก็ไม่ได้ทำให้ตลาดของสมาร์ทโฟนเจ้าอื่นๆ เงียบหรือย่อท้อลงกลับยิ่งเป็นแรงกระตุ้นให้ส่งสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง

ด้วยเหตุ นี้ทีมงานเลขขอแนะนำ 10 อันดับมือถือน่าสนใจประจำสัปดาห์(มีนาคม) มาฝากกันซึ่งมีทั้งที่วางจำหน่ายและยังไม่วางจำหน่าย ทางทีมงานหวังว่าข้อมูลดังกล่าวคงมีประโยชน์ไม่มากก็น้อย มาไล่ดูกันครับว่าสำหรับอาทิตย์นี้นั้นจะมีรุ่นใดบ้างที่น่าสนใจ  และแน่นอนว่าคงต้องมีสักรุ่นที่โดนใจท่านผู้อ่านอย่างแน่นอน
ข้อมูลมือถือน่าสนใจ (Editor choice) รายสัปดาห์ ประจำเดือน มีนาคม 2558 *โทรศัพท์มือถือน่าสนใจ (Editor choice) หมายถึงโทรศัพท์มือถือที่แนะนำโดยผู้ดูแลเนื้อหาเว็บไทยโมบายเซ็นเตอร์ดอท คอม
คะแนนโหวตเป็นคะแนนที่ประมวลผลจากคะแนนโหวตของผู้เข้าชมและถูกโพสต์ขึ้นระบบโดยอัติโนมัติ

* ข้อมูลมือถือประจำสัปดาห์คำนวณจากข้อมูลภายใน 1 สัปดาห์  โดยอันดับอาจจะแตกต่างจาก ข้อมูลมือถือประจำเดือน ที่จะคำนวณจากข้อมูลใน 1 เดือน
อันดับมือถือน่าสนใจ (ไทยโมบายเซ็นเตอร์) เดือน มีนาคม 2558 --> สัปดาห์ที่ 2
Samsung Galaxy S6 edge ( ซัมซุง Galaxy S6 edge ) กับลักษณะเด่นประจำรุ่น

- จอแสดงผลแบบ Dual Curved Edge Super AMOLED Capacitive Touchscreen 16,700,000 สี ความละเอียด 2560x1440 Pixels (2K QHD : กว้าง 5.1 นิ้ว : 577 ppi) พร้อมหน่วยประมวลผลภาพกราฟฟิคโดยเฉพาะ (GPU : Graphics Processing Unit) แบบ Mali-T760
- ประมวลผลการทำงานด้วยชิปเซ็ต Octa-Core 64-bit Exynos 7420 (ซีพียู Quad-Core Cortex-A57 ความเร็ว 2.1 GHz และ Quad-Core Cortex-A53 ความเร็ว 1.5 GHz) พร้อมระบบปฏิบัติการ Android OS เวอร์ชัน 5.0.2 (Lollipop)
- หน่วยความจำภายในสำหรับเก็บบันทึกข้อมูลขนาด 32 GB, 64 GB หรือ 128 GB และ RAM (LPDDR4) ขนาด 3 GB พร้อมรองรับการเก็บบันทึกข้อมูลแบบ Cloud Storage ด้วยบริการ OneDrive (ฟรีพื้นที่เก็บบันทึกข้อมูลขนาด 115 GB นาน 2 ปี)
- เชื่อมต่อ HTML Browser ผ่านระบบ WiFi, HSPA+, 4G LTE Cat6, EDGE หรือ GPRS พร้อมการเชื่อมต่อข้อมูลแบบไร้สายผ่าน NFC, Bluetooth, Infrared หรือ ANT+
- กล้องดิจิตอลตัวหลักที่ด้านหลังของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 16 ล้าน Pixels (F/1.9) พร้อมเซ็นเซอร์รับภาพแบบ ISOCELL, ระบบป้องกันการสั่นแบบ OIS และกล้องดิจิตอลขนาดเล็กที่ด้านหน้าของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 5 ล้าน Pixels (F/1.9)

HTC One M9 ( เอชทีซี One M9 )  กับลักษณะเด่นประจำรุ่น
- จอแสดงผลแบบ Super LCD3 Capacitive Touchscreen 16,700,000 สี ความละเอียด 1920x1080 Pixels (Full HD 1080p : กว้าง 5.0 นิ้ว : 441 ppi) พร้อมหน่วยประมวลผลภาพกราฟฟิคโดยเฉพาะ (GPU : Graphics Processing Unit) แบบ Adreno 430
- ประมวลผลการทำงานด้วยชิปเซ็ต Octa-Core 64-bit Qualcomm Snapdragon 810 (ซีพียู Quad-Core Cortex-A57 ความเร็ว 2.0 GHz และ Quad-Core Cortex-A53 ความเร็ว 1.5 GHz) พร้อมระบบปฏิบัติการ Android OS เวอร์ชัน 5.0 (Lollipop)
- หน่วยความจำภายในสำหรับเก็บบันทึกข้อมูลขนาด 32 GB และ RAM ขนาด 3 GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำเสริมภายนอกแบบ microSD Card (TransFlash) ได้สูงสุดขนาด 128 GB
- เชื่อมต่อ HTML Browser ผ่านระบบ WiFi, LTE Cat6, HSPA+, EDGE หรือ GPRS พร้อมการเชื่อมต่อข้อมูลแบบไร้สายผ่าน NFC, Bluetooth หรือ Infrared
- กล้องดิจิตอลตัวหลักที่ด้านหลังของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 20.7 ล้าน Pixels พร้อมกระจกหน้าเลนส์แบบแซฟไฟร์ (Sapphire Cover) และกล้องดิจิตอลขนาดเล็กที่ด้านหน้าของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 4 ล้านพิกเซล (UltraPixel)

 Motorola Nexus 6 ( โมโตโรล่า Nexus 6 ) กับลักษณะเด่นประจำรุ่น
- จอแสดงผลแบบ AMOLED Capacitive Touchscreen 16,700,000 สี ความละเอียด 2560x1440 Pixels (2K QHD : กว้าง 5.96 นิ้ว : 493 ppi : อัตราส่วน 16:9) พร้อมหน่วยประมวลผลภาพกราฟฟิคโดยเฉพาะ (GPU : Graphics Processing Unit) แบบ Adreno 420
- ประมวลผลการทำงานด้วย Quad-Core Krait 450 Processor (ชิปเซ็ต Qualcomm APQ8084-AB Snapdragon 805) ความเร็วในการประมวลผล 2.7 GHz พร้อมระบบปฏิบัติการ Android OS เวอร์ชัน 5.0 (Lollipop)
- หน่วยความจำภายในสำหรับเก็บบันทึกข้อมูลขนาด 32 GB หรือ 64 GB และ RAM ขนาด 3 GB
- เชื่อมต่อ HTML Browser ผ่านระบบ WiFi, LTE Cat6, HSPA+, EDGE หรือ GPRS พร้อมการเชื่อมต่อข้อมูลแบบไร้สายผ่าน NFC หรือ Bluetooth
- กล้องดิจิตอลตัวหลักที่ด้านหลังของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 13 ล้าน Pixels พร้อมกล้องดิจิตอลขนาดเล็กที่ด้านหน้าของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 2 ล้าน Pixels

Asus ZenFone 2 ( เอซุส ZenFone 2 ) กับลักษณะเด่นประจำรุ่น
- จอแสดงผลแบบ IPS LCD Capacitive Touchscreen 16,700,000 สี ความละเอียด 1920x1080 Pixels (Full HD 1080p : กว้าง 5.5 นิ้ว : 401 ppi) พร้อมหน่วยประมวลผลภาพกราฟฟิคโดยเฉพาะ (GPU : Graphics Processing Unit) แบบ PowerVR G6430
- ประมวลผลการทำงานด้วย Quad-Core Intel Atom Z3580 Processor ความเร็วในการประมวลผล 2.3 GHz พร้อมระบบปฏิบัติการ Android OS เวอร์ชัน 5.0 (Lollipop)
- หน่วยความจำภายในสำหรับเก็บบันทึกข้อมูลขนาด 16 GB, 32 GB หรือ 64 GB และ RAM ขนาด 2 GB หรือ 4 GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำเสริมภายนอกแบบ microSD Card (TransFlash) ได้สูงสุดขนาด 64 GB
- เชื่อมต่อ HTML Browser ผ่านระบบ WiFi, LTE Cat4, HSPA+, EDGE หรือ GPRS พร้อมการเชื่อมต่อข้อมูลแบบไร้สายผ่าน NFC หรือ Bluetooth
    กล้องดิจิตอลตัวหลักที่ด้านหลังของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 13 ล้าน Pixels พร้อมกล้องดิจิตอลขนาดเล็กที่ด้านหน้าของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 5 ล้าน Pixels

LG G Flex 2 ( แอลจี G Flex 2 ) กับลักษณะเด่นประจำรุ่น
- จอแสดงผลแบบ Curved P-OLED Capacitive Touchscreen 16,700,000 สี ความละเอียด 1920x1080 Pixels (Full HD 1080p : กว้าง 5.5 นิ้ว : 403) พร้อมหน่วยประมวลผลภาพกราฟฟิคโดยเฉพาะ (GPU : Graphics Processing Unit) แบบ Adreno 430
- ประมวลผลการทำงานด้วย Octa-Core 64-bit Qualcomm MSM8994 Snapdragon 810 (ซีพียู Quad-Core ARM Cortex-A53 ความเร็ว 1.5 GHz และ Quad-Core ARM Cortex-A57 ความเร็ว 2 GHz) พร้อมระบบปฏิบัติการ Android OS เวอร์ชัน 5.0.1 (Lollipop)
- หน่วยความจำภายในสำหรับเก็บบันทึกข้อมูลขนาด 16 GB หรือ 32 GB และ RAM ขนาด 2 GB หรือ 3 GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำเสริมภายนอกแบบ microSD Card (TransFlash) ได้สูงสุดขนาด 128 GB
- ดีไซน์แบบโค้ง ทั้งตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล พร้อมพื้นผิวที่ด้านหลังของตัวเครื่อง ที่มีคุณสมบัติ่ในการซ่อมแซมรอยขีดข่วนด้วยตัวเอง (Self-Healing Back Panel Coating)
- กล้องดิจิตอลตัวหลักที่ด้านหลังของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 13 ล้าน Pixels พร้อมกล้องดิจิตอลขนาดเล็กที่ด้านหน้าของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 2.1 ล้าน Pixels
Apple iPhone 6 Plus ( แอปเปิ้ล iPhone 6 Plus ) กับลักษณะเด่นประจำรุ่น

- จอแสดงผลแบบ Retina HD IPS LCD (LED-Backlit) Capacitive Touchscreen 16,700,000 สี ความละเอียด 1920x1080 Pixels (Full HD 1080p : กว้าง 5.5 นิ้ว : 401 ppi) พร้อมกระจกหน้าจอแบบ Ion-Strengthened Glass ซึ่งมีความโค้งมนที่บริเวณขอบ
- ประมวลผลการทำงานด้วยชิปเซ็ต Apple A8 (64-bit) พร้อมหน่วยประมวลผล M8 Motion Coprocessor สำหรับประมวลผลการเคลื่อนไหว และระบบปฏิบัติการ iOS 8
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Touch ID Sensor : Fingerprint Identity Sensor) บนปุ่ม Home สำหรับตรวจสอบสิทธิในการเข้าใช้งานเครื่องด้วยการสแกน และวิเคราะห์ลายนิ้วมือ พร้อมรองรับการสั่งซื้อออนไลน์ผ่านทางบริการ Apple Pay
- เชื่อมต่อ HTML Browser ผ่านระบบ WiFi, LTE, HSPA, EDGE หรือ GPRS พร้อมการเชื่อมต่อข้อมูลแบบไร้สายผ่าน NFC หรือ Bluetooth
- กล้องดิจิตอล iSight Camera ที่ด้านหลังของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 8 ล้าน Pixels (BSI), ระบบป้องกันการสั่นแบบ OIS, ไฟแฟลชในตัว (True Tone), เทคโนโลยี Focus Pixels, ถ่ายภาพวีดีโอ (Full HD : 1080p : 1920x1080 Pixels : 60 fps)

OPPO N3 ( ออปโป้ N3 ) กับลักษณะเด่นประจำรุ่น

- จอแสดงผลแบบ TFT LCD Capacitive Touchscreen 16,700,000 สี ความละเอียด 1920x1080 Pixels (Full HD 1080p : กว้าง 5.5 นิ้ว : 403 ppi) พร้อมหน่วยประมวลผลภาพกราฟฟิคโดยเฉพาะ (GPU : Graphics Processing Unit) แบบ Adreno 330
- ประมวลผลการทำงานด้วย Quad-Core Krait 400 Processor (ชิปเซ็ต Qualcomm MSM8974AA Snapdragon 801) ความเร็วในการประมวลผล 2.3 GHz พร้อมระบบปฏิบัติการ Color OS เวอร์ชัน 2.0 (มีพื้นฐานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android OS เวอร์ชัน 4.4.4 KitKat)
- หน่วยความจำภายในสำหรับเก็บบันทึกข้อมูลขนาด 32 GB และ RAM ขนาด 2 GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำเสริมภายนอกแบบ microSD Card (TransFlash) ได้สูงสุดขนาด 128 GB
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังของตัวเครื่อง (Fingerprint Sensor : Touch Access) ที่รองรับได้สูงสุด 5 ลายนิ้วมือที่แตกต่างกัน พร้อมรองรับการสั่งงานด้วยการสัมผัสในแอปพลิเคชันต่างๆ
- กล้องดิจิตอลในตัว ความละเอียดระดับ 16 ล้าน Pixels (Schneider Kreuznach Certified) ซึ่งสามารถหมุนได้ 206 องศา พร้อมระบบหมุนอัตโนมัติตามโหมดของการถ่ายภาพ (Motorized Rotating Camera)

vivo Xplay 3S ( วีโว Xplay 3S ) กับลักษณะเด่นประจำรุ่น

- จอแสดงผลแบบ IPS LCD Capacitive Touchscreen 16,700,000 สี ความละเอียด 2560x1440 Pixels (2K QHD : กว้าง 6.0 นิ้ว : 490 ppi) พร้อมหน่วยประมวลผลภาพกราฟฟิคโดยเฉพาะ (GPU : Graphics Processing Unit) แบบ Adreno 330
- ประมวลผลการทำงานด้วย Quad-Core Krait 400 Processor (ชิปเซ็ต Qualcomm MSM8974AB Snapdragon 801) ความเร็วในการประมวลผล 2.3 GHz พร้อมระบบปฏิบัติการ Funtouch OS (พัฒนาอยู่บนพื้นฐานของระบบปฏิบัติการ Android OS เวอร์ชัน 4.3 Jelly Bean)
- ระบบเสียงแบบ Hi-Fi และ DTS Headphone พร้อม Amplifier ในตัว (OPA2604) และชิปประมวลผลเสียงแบบ ESS ES9018 DAC (ES9018 SRN 112db)
- เชื่อมต่อ HTML Browser ผ่านระบบ WiFi, LTE, HSPA, EDGE หรือ GPRS พร้อมการเชื่อมต่อข้อมูลแบบไร้สายผ่าน NFC หรือ Bluetooth
- กล้องดิจิตอลตัวหลักที่ด้านหลังของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 13 ล้าน Pixels พร้อมกล้องดิจิตอลขนาดเล็กที่ด้านหน้าของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 5 ล้าน Pixels

Lenovo VIBE Shot ( เลอโนโว VIBE Shot ) กับลักษณะเด่นประจำรุ่น

- จอแสดงผลแบบ IPS LCD Capacitive Touchscreen 16,700,000 สี ความละเอียด 1920x1080 Pixels (Full HD 1080p : กว้าง 5.0 นิ้ว : 441 ppi) พร้อมหน่วยประมวลผลภาพกราฟฟิคโดยเฉพาะ (GPU : Graphics Processing Unit) แบบ Adreno 405
- ประมวลผลการทำงานด้วยชิปเซ็ต Octa-Core 64-bit Qualcomm MSM8939 Snapdragon 615 (ซีพียู Quad-Core Cortex-A53 ความเร็ว 1.7 GHz และ Quad-Core Cortex-A53 ความเร็ว 1.0 GHz) พร้อมระบบปฏิบัติการ Android OS เวอร์ชัน 5.0 (Lollipop)
- หน่วยความจำภายในสำหรับเก็บบันทึกข้อมูลขนาด 32 GB และ RAM ขนาด 3 GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำเสริมภายนอกแบบ microSD Card (TransFlash) ได้สูงสุดขนาด 128 GB
- เชื่อมต่อ HTML Browser ผ่านระบบ WiFi, LTE Cat4, HSPA+, EDGE หรือ GPRS พร้อมการเชื่อมต่อข้อมูลแบบไร้สายผ่าน Bluetooth
- กล้องดิจิตอลตัวหลักที่ด้านหลังของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 16 ล้าน Pixels พร้อมไฟแฟลช (Triple-LED Flash : Tri-Color), ระบบป้องกันการสั่นแบบ OIS, ปุ่มชัตเตอร์กล้องแบบสองจังหวะ และกล้องด้านหน้า ความละเอียดระดับ 8 ล้าน Pixels

Sony Xperia Z3 ( โซนี่ Xperia Z3 )  กับลักษณะเด่นประจำรุ่น

- จอแสดงผลแบบ IPS LCD Capacitive Touchscreen 16,700,000 สี ความละเอียด 1920x1080 Pixels (Full HD 1080p : กว้าง 5.2 นิ้ว : 424 ppi) พร้อมหน่วยประมวลผลภาพกราฟฟิคโดยเฉพาะ (GPU : Graphics Processing Unit) แบบ Adreno 330
- ประมวลผลการทำงานด้วย Quad-Core Krait 400 Processor (ชิปเซ็ต Qualcomm MSM8974AC Snapdragon 801) ความเร็วในการประมวลผล 2.5 GHz พร้อมระบบปฏิบัติการ Android OS เวอร์ชัน 4.4.4 (KitKat)
- หน่วยความจำภายในสำหรับเก็บบันทึกข้อมูลขนาด 16 GB หรือ 32 GB และ RAM ขนาด 3 GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำเสริมภายนอกแบบ microSD Card (TransFlash) ได้สูงสุดขนาด 128 GB
- เชื่อมต่อ HTML Browser ผ่านระบบ LTE, WiFi, HSPA+, EDGE หรือ GPRS พร้อมการเชื่อมต่อข้อมูลแบบไร้สายผ่าน NFC, Bluetooth หรือ ANT+
- กล้องดิจิตอลตัวหลักที่ด้านหลังของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 20.7 ล้าน Pixels พร้อมเลนส์คุณภาพสูงแบบ G Lens, เซ็นเซอร์รับภาพแบบ Sony Exmor RS for Mobile, ถ่ายภาพวีดีโอ (4K UHD : 2160p : 3840x2160 Pixels : 30 fps)

ขอบคุณเนื้อหา และภาพประกอบ จาก Thaimobilecenter

10 อันดับมือถือที่ดีที่สุดในโลกตลอดกาล Update Feb 2015

10 อันดับมือถือที่ดีที่สุดในโลกตลอดกาล Update Feb 2015

การจัดอันดับ “The Best SmartPhones in the World” ของ The Business Insider เป็นอะไรที่เข้าท่า, เพราะว่าทาง Reviewers จะ Update มือถือที่ดีที่สุดเดือนละหนพร้อมเหตุผลเป็นภาษาง่ายๆ ว่ามัน The Best อย่างไร
เพื่อให้ “10 อันดับมือถือที่ดีที่สุด” มันใหม่สดเสมอ ~
และนี่ก็คือ “The Best SmartPhones” แห่งเดือน Feb 2015 ทั้ง 10 รุ่น
แม้การจัดอันดับจะเป็นของ USA, ทว่า เกือบทั้งหมดมีขายในไทย [ผมใส่ราคาในบ้านเราให้ด้วย :)]
ทายซิว่ารุ่นไหนจะเป็น “No.1″ ของมือถือทั้งโลก ?
paper-by-facebook-app-news-review-cookiecoffee-iphone-6-plus-ios-only
10. LG G3 : 17990 บาท
Flagship ของ LG ที่มีจอภาพ IPS 5.5 นิ้ว สวยคมที่สุดในบรรดา SmartPhone โลก, ทำให้ G3 เครื่องนี้เหมือนเป็นลูกครึ่ง Tablet มากกว่าจะเป็นแค่ Android SmartPhone ธรรมดา
แต่ปัญหาหนึ่งของ G3 ก็คือปุ่มหลักๆ ย้ายไปด้านหลังทั้งหมด จึงใช้งานยาก
9. Sony Xperia Z3 : 23990 บาท
คุณสมบัติ “กันน้ำกันฝุ่น” ของ Xperia Series ยังเป็นสิ่งที่โดดเด่นของ Sony เสมอ
นอกจากนี้ Xperia Z3 ยังมาพร้อมจอใหญ่ 5.2 นิ้วและกล้อง 20.7 MPixels เกรดดี
แต่เมื่อเทียบ Spec กับราคาในไทย, ถือว่าแพงเกินไปมาก…
galaxy-s5-o2-germany-pre-order-in-store-price-1-euro-marienplatz
8. Samsung Galaxy S5 : 18900 บาท
แม้ Galaxy S6 กำลังจะเปิดตัวเดือนหน้า ทว่า Galaxy S5 ก็ยังคงน่าสนใจ
ด้วย Spec ทุกอย่างในระดับสูงแต่ราคาลดลงมามาก และ Galaxy S5 ก็ยังมีจอภาพในระดับดีที่สุด
แน่นอนว่าข้อเสียของมันก็ตามประสา Samsung, คือ Material เป็น Plastic ทั้งตัว…
7. Google Nexus 6 : ?
Flagship รุ่นพิเศษที่ Google Inc สร้างขึ้นเอง โดยมีจุดเด่นที่ Software ซึ่งได้รับการดูแลเป็นพิเศษจาก Google โดยตรง จึง Update ก่อนใครเสมอและ Nexus 6 ยังมาพร้อมจอใหญ่ 6 นิ้ว !
แต่น่าเสียดายที่ Google Nexus Series มีขายในบ้านเราจนถึง Nexus 5 [by LG] เท่านั้น
nexus-6-google-japan-only-review-akiba-cookiecoffee-blog-krungsri-iphone-6
6.OnePlue One : ?
ไม่มีจำหน่ายในไทย แต่ OnePlus One คงน่าสนใจจริง เพราะเป็น Brand จีนตัวเดียวใน Top 10, โดย OnePlus One มีจุดเด่นอย่างจอ 5.5 นิ้ว พร้อม Hardware เทียบเท่ากับ Flagship ของ Brand อื่นในราคาถูกกว่าเท่าตัว
แต่ปัญหาก็คือมันเป็น Brand จีนเกิดใหม่ที่ยังมีสินค้าจำนวนจำกัดมาก
5. Motorola X : ?
เกิดใหม่อีกครั้งแต่น่าเสียดายที่ไม่มีการขายในไทยเช่นกัน
X by Motorola รุ่นนี้ติดกลุ่ม “Android ที่ดีที่สุด” เพราะ Spec ใกล้เคียงมากกับ Google Nexus 6
Software ภายในก็เกือบจะเป็นแบบ “Pure Android” และ X by Motorola ก็ยังมาพร้อมจอใหญ่ 5.2 นิ้ว
washington-dc-verizon-htc-one-m8-ad-shop-sim-iphone-6-plus-review
4. HTC One M8 : 17900 บาท
One M8 ก็เหมือนกับ Galaxy S5, คือเปิดตัวมาได้เกือบปีเต็มแล้ว
แต่ใน Review ต่างประเทศ, One M8 มักจะได้คะแนนในระดับ “Great” เสมอ ทั้งแง่ Spec & Design
[ทว่า ในไทยเราทำตลาดได้เงียบมาก ส่วนตัวผมว่าไม่คุ้มเสี่ยงซื้อและ One M9 ก็กำลังจะออกเดือนหน้านี้]
3. Samsung Galaxy Note 4 : 25900 บาท
ถูกเรียกว่า “The Best SmartPhone Samsung has ever Made“, ด้วยจอภาพใหญ่สะใจ 5.7 นิ้ว ในระดับดีที่สุดของโลกพร้อมปากกา และมันยังเป็น Galaxy Note Series รุ่นแรกที่ปรับ Design มาใช้ขอบโลหะ
หากใครอยากได้ SmartPhone จอใหญ่ใกล้เคียง Tablet, Galaxy Note 4 เป็นหนึ่ง่ใน Choice ที่ดี
 iphone-6-plus-bent-gate-problem-apple-maps-ginza-store-3d-claim-japan
2. Apple iPhone 6 Plus : 28900 บาท
แต่ถ้าใครอยากได้ “ลูกครึ่ง Tablet ที่ดีที่สุดจริงๆ” ละก็, iPhone 6 Plus คือคำตอบสุดท้าย ด้วย Design & Material ที่เหนือกว่า Brand ใดๆ ให้สัมผัสแบบโลหะทั้งตัวและยังบางเบา
จอใหญ่ที่ไม่ทำให้รู้สึกใช้ลำบาก, นั่นคือ iPhone 6 Plus
1. Apple iPhone 6 : 24900 บาท
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า iPhone 6 คือ “มือถือที่ดีที่สุดในโลกใบนี้”
เพราะแม้แต่คนที่ใช้ Android หรือ Windows Phone ก็ยังต้องยอมรับว่าตนสู้ iPhone 6 ไม่ได้ !
ทั้ง Design / Material / App & Games ที่เยอะและคุณภาพดี ปิดท้ายด้วยจอใหญ่ 4.7 นิ้วเหมาะทุกการใช้งาน
apple-store-online-usa-how-to-buy-pre-order-iphone-6-plus-out-of-stock
ก็เป็นการจัดอันดับ “มือถือที่ดีที่สุด” จาก The Business Insider ครับ, ซึ่งสำหรับตัวผมแล้วก็เห็นด้วยกับ Top 10 ของเขาเกือบ 100% เลยทีเดียว โดยเฉพาะ iPhone 6 ที่ภรรยาผมเลือกใช้เองเป็นมือถือเครื่องหลัก
ใครเห็นด้วยรึไม่อย่างไร หรือมีรุ่นไหนอยากนำเสนอ, Comment Box ด้านล่างว่างเสมอครับ :)

7 หลักการเลือกซื้อ มือถือราคาต่ำกว่าหมื่น ช่วงกลางปี 2015

7 หลักการเลือกซื้อ มือถือราคาต่ำกว่าหมื่น ช่วงกลางปี 2015


ปฏิเสธไม่ได้ว่า สมาร์ทโฟนราคาย่อมเยา ไม่เกินหมื่น กลายเป็นตลาดยอดนิยมของคนใช้มือถือในประเทศไทยไปแล้วในตอนนี้ แต่การเลือกสมาร์ทโฟนหรือมือถือนั้นจะดูที่ถูกอย่างเดียวไม่ได้ เราต้องมีหลักในการเลือกด้วย ไม่งั้นได้ของถูกแต่ใช้งานได้ไม่คุ้มละยุ่งเลย และนี่คือ 7 หลักการเลือกซื้อ มือถือราคาต่ำกว่าหมื่น ขอบคุณข้อมูลจาก ป๋ารัก Mthai ครับ
ZenFone2-2-8
ZenFone 2 ตัวนี้ ตลาดกลาง ปลื้มสเปคกันมาก

7 หลักการเลือกซื้อ มือถือราคาต่ำกว่าหมื่น

1.ขนาดหน้าจอไม่ต่ำกว่า 4 นิ้ว
เรายังเห็นสมาร์ทโฟนจอเล็กกว่า 4 นิ้วในรุ่นที่ราคาต่ำกว่า 5 พันอยู่บ้าง แต่เชื่อเถอะครับ จอราวๆ 4 – 6 นิ้วเป็นขนาดที่กำลังเหมาะ ทั้งในแง่ของการดู การถือ การใช้งาน ไม่เชื่อลองดูพวกรุ่น 2 หมื่นกว่าๆ ก็ได้ ทำหน้าออกมาขนาดราวๆ นี้ทั้งนั้นแหละ ถ้างบไม่ถึงอดทนอีกนิดไปเลือกที่จอใหญ่กว่า 4 นิ้วดีกว่าเยอะ
2.ความละเอียดหน้าจอ 720p เป็นอย่างน้อย
ถ้าซื้อมาแล้วเห็นภาพถ่าย ดูวีดโอ เล่นเกม ภาพแตกไม่สวยมันก็น่ารำคาญใจไม่น้อย จะซื้อทั้งทีเลือกที่ความละเอียดหน้าจอเนียนสบายตาหน่อยดีกว่า ความละเอียด หน้าจอ 720p แม้จะไม่สบายตาเนียนเท่า Full HD แต่เท่าที่ลองใช้มาหลายตัว ความละเอียดเท่านี้ก็โอเคสมราคาแล้ว
Thailand-Mobile-Expo-2015-130
Wiko Highway Star 9,990 บาท สเปคมาครบๆ เลย
3.ram(แรม) 1.5 GB ขึ้นไป
อย่าเด็ดขาด อย่าสอยมือถือ Android ที่แรมต่ำว่า 1 GB ลงไป อันที่จริงแรม 1 GB ก็พอใช้งานได้แหละ แต่ถ้าให้แนะนำจริงควรหารุ่นที่แรม 1.5 GB ขึ้นไปมากกว่า พวกรุ่นราคา 5,000-6,000 บาทนี่ก็มีหลายรุ่นเลยที่แรม 2 GB แต่ถ้างบไม่อำนวยจริงๆ อย่างน้อยแรม 1.5 GB ก็พอรับได้ครับ แต่อย่าสอย 1 GB หรือต่ำกว่าเด็ดขาด!
4.หน่วยความจำภายใน(Rom)ขั้นต่ำ 16 GB
ข้อนี้มีคนเถียงว่า “มือถือเค้าใส่การ์ดหน่วยความจำเพิ่มได้ จะซีเรียสเรื่องหน่วยความจำไปทำไม?” ความจริงคือแอพเดี๋ยวนี้มีขนาดใหญ่มากขึ้น โดยเฉพาะแอพเกม แอพโซเชี่ยลทั้งหลาย และเจ้าแอพพวกนี้ไม่สามารถย้ายไปไว้ใน SD การ์ดได้ ทำให้หน่วยความจำภายในเต็มเอาดื้อๆ ป๋ารัก Mthai ซื้อรุ่นหน่วยความจำภายใน 8 GB มาใช้ ยังเซ็งไม่หายเลยทุกวันนี้
5.ลองกล้องให้ดีก่อนตัดสินใจความละเอียด 8 ล้านก็ไม่ได้แย่นะเออ
เรื่องกล้องนี่ยุคนี้เค้าไม่เน้นเรื่องความละเอียดกันเท่าไหร่แล้ว8 ล้านพิกเซล ถ้าแสงดี มุมเหมาะก็สวยได้ ไม่จำเป็นต้องหากล้อง 13 ล้านให้เหนื่อยและแพงเปล่า อยากถ่ายภาพสวยด้วยกล้องมือถือราคาถูกๆ 8 ล้านพิกเซลทำได้ครับ แต่เราต้องฝึกฝีมือการถ่ายภาพเพื่อชดเชยด้วยเช่นกัน
Thailand Mobile Expo 2015 178
IQ Big ตัวนี้เด่นเรื่องแบตมาก ให้มาตั้ง 5000 mAH
6.รองรับ 3G ให้ดีก่อน 4G LTE อย่าไปซีเรียสมาก
3G บ้านเราเดี๋ยวนี้ก็ถือว่าครอบคลุมเยอะแล้ว ส่วน 4G ยังมีแค่ในหัวเมืองใหญ่ที่สัญญาณดีๆ สปีดการใช้งาน 3G ก็ถือว่าดีเลยทีเดียว ดังนั้นเลือกรุ่นที่รองรับ 3G ทุกเครือข่ายหรืออย่างน้อยก็ตรงกับเครือข่ายที่ตัวเองใช้เอาไว้ก่อน ไว้อยู่ในเขตที่ 4G วิ่งประจำค่อยมองหามือถือรองรับ 4G กันอีกที
7.แบตเตอรี่ต้องอยู่ได้เกินวัน 2,500 mAH ขึ้นไปจัดว่าปลอดภัย
การที่มือถือแบตหมดระหว่างวันถือเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย ซึ่งอายุการใช้งานของแบตเตอรี่อย่างน้อยก็ควรจะอยู่ได้ตั้งแต่ออกจากบ้านไป เรียน ไปทำงานจนกลับบ้านมาชาร์จ ทั้งนี้การกินแบตของมือถือมันก็แตกต่างกันไปตามสเปคเครื่องอีก เพื่อความชัวร์ควรถามคนขายก่อนซื้อว่าแบตเท่าไหร่ ส่วนใหญ่ซัก 2,500 mAH ขึ้นไปในรุ่นล่างๆ ก็อยู่พ้นวัน แต่ถ้าติดเกมมือถือต้องเล่นเกมบ่อยๆ ซื้อพาวเวอร์แบงค์เอาไว้ด้วยเลยชัวร์กว่า

5 เทคนิคการเลือกซื้อ Smartphone สำหรับผู้ใช้มือใหม่สุดๆ

5 เทคนิคการเลือกซื้อ Smartphone สำหรับผู้ใช้มือใหม่สุดๆ


5 เทคนิคการเลือกซื้อ Smartphone สำหรับผู้ใช้มือใหม่สุดๆ


หลายๆ คนน่าจะมองหา Smartphone เป็นของขวัญให้กับตัวเอง ก็เลยอยากจะฝาก Trick ง่ายๆ ในการเลือกตัดสินใจเลือกซื้อ Smartphone สำหรับท่านที่ยังไม่เข้าใจว่าวงการ Smartphone เป็นยังไง การศึกษาตัวเลือกเหล่านี้จะช่วยให้ท่านสามารถทำความเข้าใจตัวเอง และเลือกสิ่งที่เหมาะสมกับตัวเองได้นะ



1.สำรวจงบประมาณ

งบประมาณเป็นส่วนแรกที่สำคัญที่สุด เพราะถ้างบไม่ถึง จะวิเคราะห์อะไรไปก็เท่านั้นแหละ ปัจจุบัน Smartphone มีราคา เริ่มต้น 2,000 บาท ไปจนถึง 30,000 บาท แตกต่างกันไปตามคุณภาพ ความเร็วในการทำงาน วัสดุในการผลิตและความสามารถพิเศษ เช่นจอละเอียด , จอใหญ่ , กล้องถ่ายรูปเทพ อะไรประมาณนี้ ซึ่งสำหรับคนที่ยังประเมินไม่ออก ก็ขอแบ่งระยะของราคาออกเป็น 4 ช่วงดังต่อไปนี้
  • 5,000 บาท จะได้ Smartphone เริ่มต้น ความเร็วไม่เยอะมาก วัสดุในการผลิตพอใช้งานได้ หน้าจอขนาด 3.5 นิ้ว – 4 นิ้ว อาจจะเล่นเกมง่ายๆพอได้ แต่พวกเกมสามมิติ ที่ใช้พลังงานเยอะ คงไม่ไหว เหมาะมากสำหรับเป็น Smartphone เครื่องแรกของมือใหม่ทุกท่าน
  • 10,000 บาท จะได้ Smartphone ระดับกลางที่มีความเร็วมากขึ้น  หน่วยความจำเยอะขึ้น ขนาดหน้าจอจะได้ประมาณ 4.3 – 4.7 นิ้ว สามารถเล่นเกม และใช้งาน App ทั่วๆไปได้หมด ในระดับที่ App ทั่วๆไปใช้งานได้ปกติ , App ที่มีภาพกราฟิกเยอะๆ อาจจะรอกันนิดนึง แต่ก็ใช้งานได้
  • 15,000 บาท จะได้ Smartphone ในระดับกลางค่อนไปทางสูง หน้าจอใหญ่ระดับ 4.3 – 4.7 นิ้ว และความละเอียดสูงระดับ HD กล้องมีคุณภาพมากขึ้น วัสดุที่ใช้ในการผลิตสวยงาม และ Battery ที่เยอะขึ้นมาก
  • 20,000 บาท จะได้ Smartphone ตัวสูงสุดของตลาด หน้าจอใหญ่ระดับ 5 นิ้วขึ้นไปพร้อมความละเอียดระดับ Full HD สามารถรองรับความเร็วในการเชื่อมต่อระดับ 4G ได้ กล้องชัดระดับ 13 ล้าน Megapixel และมาพร้อมลูกเล่นพิเศษที่ไม่มีในรุ่นทั่วไป

2.เลือกยี่ห้อระดับโลก หรือ ยี่ห้อทั่วไป

Smartphone นั้นถูกผลิตจากผู้ผลิตหลากหลายยี่ห้อ ตั้งแต่ ยี่ห้อระดับโลกเช่น Apple / Samsung / LG / HTC / Sony ไปจนถึง House Brand อย่าง iMobile / Cherry Mobile และ ลากลงไปถึงโรงงานห้องแถวจีนในเสิ่นเจิ้น ทำให้ มีอีกหลายๆปัจจัย ที่จะให้เราต้องมานั่งขบคิดว่าจะซื้อ Smartphone ตัวไหนดี ถ้าเราเลือก ยี่ห้อระดับโลก เราก็จะได้
  • การประกันสินค้าที่ดี
  • มีศูนย์ซ่อมให้บริการทั่วถึง
  • มีการอัพเดท Software ให้อย่างสม่ำเสมอ
  • พกพาหน้าตาดีไม่อายใคร
  • แต่ก็ต้องยอมแลกกับ ราคาที่แพงขึ้นเมื่อเทียบกับ Spec ที่ได้มา
ถ้าเราเลือก House Brand (Brand ไทยที่อาศัยการสั่งโรงงานต่างประเทศประกอบ) เราก็จะได้
  • การประกันสินค้าที่ดี (ระดับนึง)
  • ศูนย์ซ่อมมีให้เห็นในหัวเมืองใหญ่ๆ
  • เลิกหวังเรื่อง Software Update
  • แต่ Spec ที่ได้ต่อ ราคาที่จ่ายไป ก็จะสมน้ำสมเนื้อ
แต่ถ้าเราไปเลือก อุปกรณ์ Smartphone แบบ สไตล์เสิ่นเจิ้นแบกะดิน
  •  เลิกคิดเรื่องประกันและศูนย์ซ่อม
  • อัพเดท Software … ห๊ะ อะไรนะ
  • วัสดุที่พร้อมจะสลายทันทีที่หมดอายุ
  • ความเสี่ยงที่จะระเบิด
อย่างเรื่องศูนย์ซ่อมของยี่ห้อดังๆอย่าง Samsung / Sony นี่ก็มีดราม่าให้เห็นบ่อยๆใน Pantip.com  ส่วนของ Nokia เองก็ไม่มีปัญหา ในแง่ของ iMobile เองก็กำลังเติบโตเรื่องศูนย์บริการ เรียกได้ว่าพอจะฝากความหวังได้
3.เลือกระบบปฏิบัติการที่ชอบ
ระบบปฏิบัติการสำหรับ Smartphone ที่ได้รับความนิยมตอนนี้มี 3 ยี่ห้อ ได้แก่ iOS ของ Apple , Android ของ Google , Windows Phone ของ Microsoft ซึ่งมีความแตกต่างกันดังนี้ 
Apple iOS

iOS ของ Apple จะต้องใช้ร่วมกับ iPhone เท่านั้น ข้อดีคือ ระบบปฏิบัติการมีความเสถียร , มี App ให้เล่นเยอะ และแต่ละ App เป็น App ระดับคุณภาพที่ทีมงาน Apple ตรวจสอบแล้ว ว่าไม่ใช่ของบ๊องๆ และ App ฟรีกับ App เสียเงินพอๆกัน ของฟรีดีๆ ก็มีมาก ของเสียเงินที่ทำงานได้คุ้มเงินที่เสียไปก็มีมากเช่นเดียวกัน แต่การเลือกใช้ iOS นั้น จะต้องแลกไปกับการที่เราต้องใช้งานมันภายใต้กรอบและแนวคิดของ Apple เท่านั้น … เรียกได้ว่าเป็นโทรศัพท์เผด็จการ สำหรับผู้ใช้ แต่ก็เลือกและบริการสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับผู้ใช้เหมือนกัน โดยที่ผู้ใช้งานไม่มีสิทธิ์วุ่นวายอะไร 


Google Android 4.4

Android ของ Google เป็นระบบปฏิบัติการที่มีอุปกรณ์ออกมาใช้งานมากที่สุดในโลก กินตลาดวงการ Smartphone กว่า 60% ข้อดีคือ Android มีความยืดหยุ่นสูง มี App ฟรีเยอะมาก โดยแลกกับการที่ต้องดูโฆษณาที่แฝงมาใน App / ความสามารถในการทำงานสูสีกับ iOS แต่หน้าตาอาจจะไม่สวยเท่า แต่เรื่องความสวยมันเป็นเรื่องของรสนิยมแหละนะ  /  Support โดย Google ทำให้มั่นใจว่า Android มีอนาคตยาวไกลแน่นอน แล้วก็ถ้าชอบ Android ก็จะมีทางเลือกในการซื้อเครื่องเยอะมากๆ ทำเอาตาลาย ซื้อรุ่น Top สุดของทุกยี่ห้อมาใช้แบบเปลี่ยนทุกเดือน ปีนึงยังไม่พอเลย 


Microsoft Windows Phone
Windows Phone จาก Microsoft เป็นระบบปฏิบัติการน้องใหม่ ในแง่หน้าตาและ Feature อยู่ในระดับ โอเค พอจะไหลๆไปได้ App ยังน้อยกว่าฝั่ง Android และ iOS มาก แต่ App พื้นฐานดังๆมีครบหมด เช่น Facebook / Line / Instagram / Twitter / Dropbox ทำให้ถึงแม้มี App ไม่เยอะ แต่ก็ยังทำงานได้ครบ และเนื่องจากพึ่งเปิดตัว ดังนั้นความสามารถหรือลูกเล่นที่มากับตัวระบบปฏิบัติการอาจจะยังน้อยอยู่
4.ซื้อกับ Operator ถูกกว่า
ปัจจุบัน Operator  อย่าง AIS / Dtac / Truemove H ก็หันมาจำหน่ายโทรศัพท์มือถือแล้ว การซื้อกับ Operator มีข้อดีคือ ได้รับส่วนลด ผ่านค่าใช้บริการ มีการรับประกันที่ดี (อย่างการซื้อ Dtac Trinet Phone จะได้รับการประกันเพิ่มเป็น 15 เดือน)  ตัวเครื่องมั่นใจได้ว่าทำงานได้อย่างดีกับเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ แต่ก็อาจจะมีข้อผูกมัดตรงที่ต้องทำสัญญาระยะยาวกับ Operator เช่นเดียวกัน โดยรวมแล้ว สำหรับคนที่ไม่ได้เปลี่ยนมือถือบ่อยๆ การซื้อผ่าน Operator นั้นคุ้มค่ากว่ามาก แต่ การซื้อกับ Operator เองก็อาจจะไม่ได้รุ่นที่อยากได้ ก็เป็นได้ เพราะ Operator เอง ถึงแม้จะขายโทรศัพท์มือถือ แต่ก็ไม่ได้ขายทุกยี่ห้อ , ทุกรุ่น แต่จะนำมาขายเพียงรุ่นที่ได้รับความนิยมมากๆเท่านั้น แต่ถ้าคนที่ใช้งานโทรศัพท์มือถือ แบบ ซื้อมาขายไป เปลี่ยนใหม่ทุกเดือนเนี่ย การซื้อกับ Operator อาจจะไม่สะดวกต่อการสลับรุ่นไปๆมาๆ นั่นเอง
5.มี Accessories เยอะแค่ไหน
Accessories หรือ อุปกรณ์เสริม เป็นตัวที่ทำให้ผู้ใช้งาน สนุกและสบายใจกับ Smartphone ที่ตัวเองใช้งานอยู่ … อุปกรณ์เสริมเบื้องต้นที่ขาดไม่ได้ ก็คือ 

เคสกันรอย กับ ฟิล์มกันรอย (ถ้าเป็นคนที่ ใช้มือถือแบบ ซื้อมา-ขายไป จำเป็นมาก เพราะจะต้องรักษาสภาพของมือถือ ให้หน้าตาดีที่สุดจนถึงวันที่ขายต่อ เพื่อรักษาราคาไม่ให้ตกใส อย่าง iPhone กับ Android รุ่นดังๆ เช่น Samsung Galaxy / Note , Sony Xperia อะไรแบบนี้ อันนี้ไม่ต้องห่วงมีคนนำเข้ามาขายแน่นอน แต่รุ่นอื่นๆอาจจะไม่มีก็ต้องรอลุ้นว่า ผู้ผลิตจะทำเคส มาด้วยหรือเปล่า แล้วถ้าไม่มีจะมีใครนำเข้ามาหรือเปล่า แล้วถ้าไม่มีใครนำเข้าเลย แล้วมีคนผลิตหรือเปล่า ถ้ามีก็คงต้องสั่งจากเมืองนอกเอา แต่ถ้าไม่มี อันนี้ก็ตัวใครตัวมัน และนอกจากใส่เพื่อป้องกันรอยแล้ว การใส่เคสยังเป็นการแก้เบื่อเครื่องของตัวเอง รวมไปถึงป้องกันคนอื่นมาหยิบผิดอีกด้วย เอาง่ายๆ ถ้าเอาคนที่ใช้ iPhone มานั่งโต๊ะเดียกวัน แล้วไม่ใส่เคส วางเครื่องกองกันไว้ เชื่อสิ คงได้มีหยิบผิดกันมั่ง 

แท่นชาร์จไร้สาย อันนี้สำหรับ Smartphone รุ่นที่รองรับเท่านั้น .. แท่นชาร์จไร้สาย เป็นเทคโนโลยีที่ทำให้เราชาร์จโทรศัพท์มือถือได้โดยที่เราไม่ต้องเสียบสาย แค่วางไว้ที่แท่นก็พอ ความเร็วในการชาร์จจะได้ช้ากว่าการเสียบสายแต่เรื่องความสะดวกนี่ ไม่โดนเองไม่รู้ 



Adapter สำหรับนำภาพมาฉายบนจอทีวี ก็เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์เสริม สำหรับคนที่อยากจะต่อภาพจาก Smartphone ไปออกจอใหญ่ๆ อาจจะเอาไว้เพื่อดูหนัง หรือ เล่นเกม เพราะตอนนี้ Smartphone ทำได้หลายอย่างมากๆ บางคนดู Series ทั้ง season จนจบผ่าน Youtube ด้วยซ้ำไป 


Battery ก้อนที่ใหญ่ขึ้น ก็เป็นสิ่งที่จำเป็น สำหรับ Smartphone เดี๋ยวนี้ เพราะว่า การใช้งาน 3G Data บ้านเรามันผลาญพลังงาน Battery ไปมากพอสมควร ทางเลือกตอนนี้ ก็คือ ถ้าไม่ซื้อมือถือที่แบทใหญ่ๆ ก็ต้องหามือถือที่เปลี่ยนแบทได้แล้วพก 2 ก้อน แต่หลังๆจะเป็น การพกพวก Power Booster เป็นก้อนชาร์จพกพามากกว่า เพราะสะดวกดี สำหรับ 5 เทคนิคนี้ ก็จะเป็นการให้ความรู้มือใหม่ล้วนๆๆๆๆๆๆ ในการเลือกซื้อ Smartphone เครื่องแรกของตัวเอง หวังว่า ทุกท่านจะได้เลือกมือถือที่ใช่ ของใช้ที่ชอบ ในราคาที่เหมาะสม แล้วก็ใช้งานมันอย่างคุ้มค่า อย่างที่เราเหนื่อยยาก หาเงินไปซื้อมันมานะ

วันอังคารที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

Samsung ปล่อยคลิปใบ้ หน้าตามือถือเรือธงรุ่นใหม่ ดีไซด์อย่างหรู


the-next-galaxy-2016-galaxy-s6-s6-edge
หากคุณได้ติดตามผ่านทาง Social Network โดยเฉพาะ facebook กับ youtube ที่ทะยอยใบ้เกี่ยวกับ The Next Galaxy ของซัมซุง ก่อนที่จะเผยโฉมตัวของจริงในวันที่ 1 มีนาคมนี้นั้น คราวนี้คลิปล่าสุดที่เผยแพร่ สร้างความตะลึงอย่างมากทีเดียว และน่าจะเป็นคำใบ้ยาวๆ หน้าตามือถือของ Samsung รุ่นใหม่ที่จะได้เห็นนี้เป็นอย่างไร 
วีดีโอจาก Youtube ช่อง SamsungMobile (วีดีโอทางการจากซัมซุง)
ซึ่งจากที่ได้ฟัง และได้ชมคลิปนี้แล้ว มีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นเครื่องโลหะ จอโค้ง และไร้ขอบด้วย ส่วนรูปร่างมือถือนั้นมีให้เห็นรูปร่างในวินาที ที่ 23 และ 37   ทางด้านเว็บไซต์ androidauthority ได้คาดการณ์ว่าอาจเปิดตัว Galaxy S6 และ S6 Edge ในงานแถลงข่าวครั้งนี้
หน้าตามือถือเรือธงของ Samsung ตัวจริงเป็นอย่างไร จะดีขึ้น หรือผิดหวัง ลุ้นกัน 1 มีนาคมนี้
ข้อมูลจาก Android Authority